่อพบกับสหายน้อยหลินเท่านั้น เชิญทุกท่านตามข้ามา”ไท่ไป๋จินซิงพาทั้งสามคนเดินออกจากตำหนักหยวนจี๋ พอก้าวออกจากประตู ก็เห็นชายอ้วนคนหนึ่งนั่งเบื่อหน่ายอยู่บนขั้นบันไดหินหน้าวัง กำลังยืดเส้นยืดสาย“พั่งพั่ง เมื่อกี้นายไปไหนมา?” เสิ่นชิงจู่เอ่ยปากถาม“ผมก็กำลังจะถามเหมือนกัน พวกนายไปไหนกันมา?” ไป๋หลี่พั่งพั่งเบิกตากว้าง“ผมแค่ไปเข้าห้องน้ำก่อนเข้าวัง พอกลับมาพวกนายก็หายไปแล้ว ผมก็ไม่กล้าเข้าไปในวังคนเดียว เลยต้องรออยู่ตรงนี้”เสิ่นชิงจู่กลอกตาอย่างเงียบงันอันชิงอวี๋เล่าเหตุการณ์ในวังให้ไป๋หลี่พั่งพั่งฟังอย่างคร่าวๆ จากนั้นก็ตามไท่ไป๋จินซิงตรงไปยังวังเซียนแห่งหนึ่งที่อยู่ใต้ยอดเมฆแกร๊ง!แกร๊ง!ขณะที่พวกเขาบินไปได้ครึ่งทาง เสียงระฆังดังก้องสองครั้งติดต่อกันดังมาจากส่วนลึกของสรวงสวรรค์อันชิงอวี๋ชะงัก หันไปมองทางที่มาของเสียงแล้วถามอย่างงุนงง “ท่านซิงจวิน เสียงระฆังนี้คืออะไรหรือครับ?”“นั่นคือระฆังฉี่หมิง” ไท่ไป๋จินซิงดูเหมือนจะประหลาดใจเช่นกัน “เสียงระฆังหนึ่งครั้งหมายถึงเทียนจุนกำลังจะตั้งแท่นบรรยายธรรม เสียงระฆังสองครั้งหมายถึงสรวงสวรรค์มีแขกมาเยือน เสียงระฆังสามครั้งหมายถึงโลกมนุษย์กำลังจะเกิดภัยพิบัติครั้งใหญ่……น่าแปลกนัก ในเวลานี้ใครจะมาเยือนสรวงสวรรค์กัน?”ขณะที่ทุกคนกำลังสงสัย บนท้องฟ้าเหนือสรวงสวรรค์ มีนักพรตคนหนึ่งพาร่างที่เปล่งประกายสีทองและมีปีกขาวสะอาดหกปีกบินตรงไปยังตำหนักหยวนจี๋ที่พว