ๆ ปรากฏขึ้น หมอกสีเทาขาวไหลเลื่อนจางหายไป ปีกสีขาวบริสุทธิ์ทั้งหกคู่ส่องประกายเป็นวงแหวนสีทองภายใต้แสงอาทิตย์ยามหนาวพระองค์ยืนนิ่งอยู่ตรงนั้น ราวกับทูตสวรรค์ในตำนานที่ก้าวออกมาจากภาพจิตรกรรมฝาผนังโบราณในชั่วขณะที่เห็นร่างนั้น เส้าผิงเกอทำแก้วน้ำร้อนในมือหล่นลงพื้น น้ำชาร้อนจัดกระเด็นออกมาสีหน้าของเขาหม่นลงเล็กน้อย รีบกดโทรศัพท์บนโต๊ะทันที ในตอนนั้นเอง ทูตสวรรค์ผู้ศักดิ์สิทธิ์ค่อยๆ เอียงศีรษะสายตาราวกับทะลุผ่านป่าหนาวเหน็บและด่านนับพันลี้ มาสบตากับเขาร่างของเส้าผิงเกอพลันแข็งค้างอยู่กับที่ที่ชายแดนอันมีหมอกปกคลุม ทูตสวรรค์ที่ยืนนิ่งตระหง่านนั้นค่อยๆ เผยอริมฝีปาก เส้าผิงเกอได้ยินเสียงหนึ่งดังขึ้นในหูเส้าผิงเกอชะงักไป[ที่นี่สำนักงานใหญ่หน่วยพิทักษ์ราตรีค่ะ มีอะไรให้ช่วยไหมคะ?] เสียงหนึ่งดังมาจากปลายสายเส้าผิงเกอถือหูโทรศัพท์ในมือ มองทูตสวรรค์สีทองนั้นด้วยสายตาซับซ้อน “ที่นี่เส้าผิงเกอผู้รับผิดชอบชั่วคราวของด่านเสวี่ยหาน……ทางเหนือของต้าเซี่ย ตรวจพบเทพเจ้ารหัส 003 เซราฟ มิคาเอล ไม่พบเจตนาโจมตี แต่ว่า……”เส้าผิงเกอชะงัก แล้วพูดต่อ “พระองค์บอกว่า พระองค์มาตามหาคน……”…อันชิงอวี๋แบกโลงศพสีดำ ยืนอยู่ที่สนามบินทหารในเมืองหลวง มองดูเหล่าทหารใหม่เดินลงจากเครื่องบินทีละคนแล้วขึ้นรถบัสที่จะพาไปยังค่ายฝึกอบรมเสิ่นชิงจู่และไป๋หลี่พั่งพั่งยืนอยู่ข้างๆ เขา ทั้งสองเงียบไม่พูดอะไรหยวนกังลงมาจากรถบัสคันหน