งแยกจริงๆ ด้วย” จั่วชิงเห็นภาพนั้นแล้วขมวดคิ้วเล็กน้อย“เขาแฝงตัวอยู่ในร่างคนอื่นงั้นเหรอ?” ลู่อู๋เหวยที่นั่งอยู่บนรถมองเหลิ่งเซวียนที่สลบไป “แล้วจะทำยังไงกับคนนี้?ฆ่าทิ้งเลยไหม?”“รอก่อน”จั่วชิงเดินไปข้างเหลิ่งเซวียน ยื่นมือค้นตัวเขาสักพัก แล้วอุทานเบาๆ ก่อนจะหยิบเหรียญตราเปล่งประกายออกมาจากอกเสื้อ“หน่วยพิทักษ์ราตรี? เหลิ่งเซวียน?” จั่วชิงพิจารณาเหรียญตราอย่างละเอียด ยืนยันว่าเป็นของจริง แล้วเอ่ยอย่างประหลาดใจ “เป็นสายลับที่โลกิส่งมาแฝงตัวในหน่วยพิทักษ์ราตรี? หรือว่า……”จั่วชิงรีบยื่นมือออกไป ตรวจลมหายใจของเหลิ่งเซวียน ครุ่นคิดสักพักแล้วกล่าว“พาเขากลับไปรักษาก่อน แล้วค่อยควบคุมตัวไว้ ดูว่าจะสอบถามอะไรจากปากเขาได้บ้าง”“รับทราบ”…อีกด้านหนึ่งซือเสี่ยวหนานที่บาดเจ็บทั่วร่าง ค่อยๆ เดินไปข้างหน้า ลมเย็นพัดผ่านใบหน้าราวกับมีดกรีด ทำให้แก้มของเธอแดงก่ำด้วยความหนาวเย็นเธอกอดโถโอสถสองใบไว้แน่นราวกับมันมีค่ายิ่งกว่าชีวิตไม่ไกลจากเธอคือชายแดนด้านตะวันตกของต้าเซี่ย หมอกหนาทึบม้วนตัวอยู่นอกปราการศักดิ์สิทธิ์ เพียงแค่เดินผ่านตรงนี้ไป ก็จะสามารถออกจากเขตแดนของต้าเซี่ยได้อย่างสมบูรณ์ และมุ่งหน้าสู่แอสการ์ดในตอนนั้นเอง เสียงกระซิบแผ่วเบาดังเข้ามาในหูของเธอซือเสี่ยวหนานชะงักฝีเท้า หันขวับไปมองทางที่ร่างแยกของโลกิสลายไป ดวงตาฉายแววโกรธเคืองก่อนที่ร่างแยกของโลกิจะสลายไป เขาได้ทิ้งคำพูดกระซิบไว้ให้เธอ โดย