บอกว่าร่างแยกของเขาได้สลายไปแล้ว ให้เธอนำโอสถอมตะไปยังแอสการ์ด หากภายในสิบวันไม่ได้พบเธอ เขาก็ยังสามารถพรากชีวิตของเหลิ่งเซวียนไปได้โลกิบอกแค่ว่าให้นำโอสถอมตะกลับไปจะสามารถรักษาชีวิตของเหลิ่งเซวียนไว้ได้ แต่ไม่ได้รับประกันว่าจะสามารถพาเขากลับไปรวมตัวกันที่แอสการ์ดได้ ตอนนี้เหลิ่งเซวียนตกอยู่ในมือของหน่วยพิทักษ์ราตรีแล้วไอ้สารเลวนั่น…ซือเสี่ยวหนานกำหมัดแน่น ใบหน้าแดงก่ำฉายจิตสังหารอันน่าสะพรึงกลัว เธอลูบโถโอสถที่เขียนว่า ‘โอสถอมตะ’ในอ้อมอก จิตใจค่อยๆ สงบลงเธอก้าวเท้าเดินต่อไปยังชายแดนที่ปกคลุมด้วยหมอกในตอนที่เหลือระยะทางไม่ถึงร้อยเมตรจากชายแดน พลังกดดันอันน่าสะพรึงกลัวของเทพเจ้าพลันกดทับลงมา ซือเสี่ยวหนานที่เหนื่อยล้าอย่างหนักรู้สึกว่าขาทั้งสองข้างอ่อนแรง ทั้งร่างถูกกดให้คุกเข่าลงกับพื้น เข่าจมลึกลงไปในหิมะสตรีผู้สวมเสื้อคลุมสีม่วงปักลายทองเดินออกมาจากความว่างเปล่า ยืนนิ่งอยู่ตรงหน้าเธอ“ข้าบอกแล้วว่าเจ้าหนีไปไม่ได้หรอก”“ซีหวังหมู่……” ซือเสี่ยวหนานจำสตรีงดงามตรงหน้าได้ ความสิ้นหวังผุดขึ้นในใจซีหวังหมู่ที่อยู่ตรงหน้านี้ไม่ใช่เงาของซีหวังหมู่ที่ต่อสู้กับร่างแยกของโลกิ แต่เป็นร่างจริงของซีหวังหมู่ เทพเจ้าผู้ทรงพลังรองจากเทียนจุน ไม่ว่าจะเป็นแค่ซือเสี่ยวหนาน หรือแม้แต่โลกิมาด้วยตัวเอง ก็ไม่แน่ว่าจะสามารถช่วยเธอหนีจากมือของพระนางได้ซีหวังหมู่ขยับนิ้วแผ่วเบา โถโอสถสองใบก็ลอยออกมาจากอ้อมอกข