ารเดินมานั่งตรงข้ามเขากลอกตาอย่างเงียบๆ “ตอนอยู่ที่ค่ายฝึกอบรม ก็ไม่เห็นหิวขนาดนี้นี่”“มันไม่เหมือนกันหรอก ตอนอยู่ที่ค่ายฝึกอบรม กินลูกชิ้นปลาไม่อร่อยของครูฝึก ฝึกทั้งวันก็ไม่หิวเลย” ซูเจ๋อชี้ไปที่อาหารในจานของตัวเอง “อาหารที่นี่… มันขาดไขมันเกินไป”ซูหยวนไม่พูดอะไร เพียงแค่หยิบตะเกียบขึ้นมา เริ่มกินข้าวอย่างเงียบๆ“อ้อใช่ พรุ่งนี้น่าจะเป็นวันสุดท้ายของการทดสอบแล้ว” ซูเจ๋อเหมือนนึกอะไรขึ้นมาได้ เช็ดมุมปากแล้วพูดขึ้น“อืม”“หลังจากวันพรุ่งนี้ผ่านไป มีแผนอะไรไหม?”ซูหยวนชะงักมือที่กำลังจับตะเกียบเล็กน้อย “ไม่รู้สิ”“เธอคิดว่าพวกเราจะถูกส่งตัวกลับบ้านจริงๆ หรือ?” ซูเจ๋อมองไปรอบๆ พลางเอ่ยถามด้วยความสงสัย “ถ้าพวกเราไม่มีความหวังที่จะอยู่ต่อจริงๆ ทำไมครูฝึกหลินถึงส่งพวกเรามาที่นี่? เขาต้องการทำอะไร?”“ครูฝึกหลินบอกว่า หลังจากคัดออกแล้ว การสอนที่แท้จริงเพิ่งจะเริ่มต้น” ซูหยวนพูดอย่างสงบ “เขาต้องการสื่อสารอะไรบางอย่างกับพวกเราผ่านที่นี่แน่ๆ……”ขณะที่ทั้งสองคนยังพูดไม่จบ เสียงหนึ่งก็ดังขึ้นจากด้านหลังพวกเขา“พี่น้องคู่นี้ รักกันดีจังนะ” ชายวัยกลางคนที่มีโหนกแก้มสูงและรูปร่างอ้วนท้วนยิ้มแล้วนั่งลงข้างๆ ทั้งสองคนซูเจ๋อรู้จักชายคนนี้ เขาชื่อเคอจ่างหลิน นอนอยู่เตียงบนของเขา เป็นทหารประจำการที่ด่านชายแดนแห่งนี้ หลังจากซูเจ๋อมาถึงที่นี่ เขาเป็นคนพาซูเจ๋อไปแนะนำทุกอย่างที่นี่ด้วยตัวเองเคอจ่างหลินหยิบกระดาษ