ะที่เคยเก็บไว้ในนั้นได้หายไปอย่างไร้ร่องรอยดวงตางามของซีหวังหมู่หรี่ลงเล็กน้อย จ้องมองโถโอสถที่ว่างเปล่า ไม่รู้ว่ากำลังคิดอะไรอยู่หลินชีเยี่ยลังเลอยู่ในใจเป็นเวลานาน ก่อนจะถามคำถามนี้ออกมา “พระนาง ทำไมโถของโอสถอมตะถึงว่างเปล่าล่ะครับ?”ซีหวังหมู่วางโถโอสถสีเขียวมรกตที่ว่างเปล่ากลับไปในอากาศอย่างไม่ใส่ใจ แล้วพูดเรียบๆ ว่า “โอสถอมตะมิได้อยู่ในบึงเหยามาตั้งแต่สองพันปีก่อนแล้ว”เมื่อได้ยินเช่นนั้น หัวใจของหลินชีเยี่ยก็สั่นสะท้าน การคาดเดาบางอย่างในสมองของเขายิ่งชัดเจนขึ้น‘โอสถอมตะ… สองพันปีก่อน…’‘ชื่อของยาเม็ดนี้เหมือนกับผนึกราชันของเจียหลาน และเวลาที่ยาถูกนำออกไปก็ตรงกับเวลาที่เจียหลานได้รับ[อมตะ] พอดี’‘เป็นเรื่องบังเอิญเหรอ?’หลินชีเยี่ยถามอย่างระมัดระวังว่า “ในตอนนั้น เกิดอะไรขึ้นเหรอครับ?”ซีหวังหมู่ขมวดคิ้วเล็กน้อย ไม่ได้ตอบคำถามของเขา เพียงแค่ใช้มือลูบสร้อยหยกเบาๆ หากสังเกตอย่างละเอียดจะพบว่าระยะห่างระหว่างลูกปัดหยกทั้งหกเม็ดนั้นดูแปลกไป มีช่องว่างระหว่างสองเม็ด ราวกับว่าขาดไปหนึ่งเม็ดหลินชีเยี่ยรู้ว่าตนเองถามในสิ่งที่ไม่ควรถาม จึงไม่ซักไซ้ต่อ แต่กลับพูดขึ้นเองว่า“ผมมีเรื่องหนึ่งที่อยากขอให้พระนางช่วยไขข้อข้องใจ”“กล่าวมา”“ผมมีเพื่อนคนหนึ่ง เธอชื่อเจียหลาน ตอนนี้……”เมื่อได้ยินชื่อเจียหลาน ดวงตาของซีหวังหมู่ก็สั่นไหวเล็กน้อย แต่สีหน้ายังคงไม่เปลี่ยนแปลง ฟังหลินชีเยี่ยพูดต่อไปอย่างสงบหล