็นต้องโกหกคุณ” หลินชีเยี่ยจ้องมองโต๊ะ ยื่นนิ้วออกไปแตะถ้วยที่วางอยู่ตรงหน้าอย่างลังเลแต่ปลายนิ้วกลับสัมผัสความว่างเปล่า ทะลุผ่านไป เขาหยุดชั่วครู่ แล้วกล่าวอย่างสงบ “ถ้าแม้แต่น้องชายของตัวเองยังไว้ใจไม่ได้ ในโลกนี้ก็คงไม่มีใครที่ผมไว้ใจได้แล้ว”หยางเจี่ยนขมวดคิ้วแน่นขึ้น “ข้าไม่ใช่น้องชายเจ้า ข้าไม่รู้จักเจ้าด้วยซ้ำ”“ต่อไปก็จะเป็น”ในความคิดของหลินชีเยี่ย ภาพที่ชวนให้คิดถึงผุดขึ้นมาเป็นระลอก มุมปากยกขึ้นเป็นรอยยิ้มอ่อนโยน“……ช่างประหลาด” หยางเจี่ยนจ้องมองอีกฝ่ายอยู่นาน แล้วเบนสายตาไปไม่รู้ทำไม เมื่อมองดวงตาของหลินชีเยี่ย จิตใจที่สงบนิ่งราวกับผิวน้ำของเขากลับเกิดระลอกคลื่นขึ้นมาแปลก… ทั้งที่ตัวเองไม่รู้จักอีกฝ่ายเลยหยางเจี่ยนเงียบไปครู่หนึ่ง แล้วถามต่อ “ในเมื่อเจ้าไม่ใช่ศิษย์ของลิงตัวนั้น เหตุใดถึงปลอมตัวเป็นเขา แล้วแทรกซึมเข้ามาในงานชุมนุมท้อสวรรค์? ทำไมเจ้าถึงมาอยู่ที่นี่?”“ทำไมถึงมาอยู่ที่นี่ ผมก็ไม่รู้เหมือนกัน” หลินชีเยี่ยหยุดชั่วครู่ มองมือของตัวเอง สีหน้าซับซ้อนอย่างยิ่ง“ผมอยู่ที่นี่ แต่ก็เหมือนไม่ได้อยู่……ผมเหมือนเป็นผู้สังเกตการณ์ที่หลงเข้ามาในสถานที่แห่งนี้โดยบังเอิญ ไม่สามารถเปลี่ยนแปลงอะไรได้ บางทีความหมายเดียวของการมีอยู่ของผมก็คือการเป็นพยานให้กับประวัติศาสตร์ที่เคยมีอยู่ช่วงหนึ่งนี้”หยางเจี่ยนฟังประโยคนี้จบ ดวงตาหรี่ลงเล็กน้อย กำลังจะอ้าปากพูดอะไรบางอย่าง แต่ก็ชะงักอย่าง