เวยซิงจวินได้ยินประโยคนี้ก็ขมวดคิ้ว“เป็นอะไรหรือ?”“จะว่าไปก็แปลกอยู่” จื่อเวยซิงจวินครุ่นคิดครู่หนึ่ง “ช่วงไม่กี่วันมานี้ ข้าสังเกตดวงดาวในยามค่ำคืน พบว่าการโคจรของดวงดาวมีความผิดปกติบางอย่าง จันทรามีสีแดงเจือปน ดูเหมือนจะเป็นลางร้ายนะ”เมื่อได้ยินประโยคนี้ หัวใจของหลินชีเยี่ยก็เต้นแรง‘จันทรามีสีแดงเจือปน?’ในสมองของเขา ทันใดนั้นก็ปรากฏภาพดวงจันทร์สีเลือดในที่ราบฟ้าสูงและถ้าเขาจำไม่ผิด หมอกที่ปกคลุมโลกในตอนนั้น ก็พุ่งออกมาจากขั้วโลกใต้……การที่เทียนจุนทั้งสามเดินทางไปยังดินแดนหนาวเหน็บทางใต้สุดด้วยกัน จะเกี่ยวข้องกับเรื่องนี้หรือเปล่า? นั่นหมายความว่า เส้นเวลาตรงนี้น่าจะเป็นช่วงก่อนที่หมอกจะลงมาใช่ไหม?ใช่แล้ว ในเมื่อเหล่าเทพของต้าเซี่ยเพิ่งกลับมาจากการเวียนว่ายตายเกิดเมื่อสองปีก่อน และหลังจากกลับมาก็ออกจากต้าเซี่ยไปทันที พวกเขาจะมีเวลามาจัดงานชุมนุมท้อสวรรค์ที่เทือกเขาคุนหลุนได้อย่างไร?เมื่อคิดถึงตรงนี้ ความคิดบางอย่างก็ผุดขึ้นมาในสมองของหลินชีเยี่ยอย่างห้ามไม่อยู่เขาไม่รู้ว่าทำไมตัวเองถึงมาอยู่ที่นี่ และไม่รู้ว่าการมีอยู่ของที่นี่เกิดขึ้นด้วยเหตุผลอะไร แต่ถ้าเขาข้ามเวลามาจริงๆกลับมายังงานชุมนุมท้อสวรรค์เมื่อร้อยปีก่อน นั่นหมายความว่าเขาสามารถเตือนเหล่าเทพของต้าเซี่ยล่วงหน้าได้ไหมบอกพวกเขาว่าหมอกกำลังจะมาถึง?ดวงตาของหลินชีเยี่ยสว่างวาบขึ้นทันที เขายกมือขึ้นอย่างตื่นเต้น คว้าชายเสื้อขอ