มีทหารใหม่เกือบครึ่งมาถึงใต้หน้าผาแล้ว เริ่มทยอยปีนขึ้นไปซูเจ๋อโค้งตัว สองมือยันเข่า หายใจหอบถี่ เขามองหน้าผาสูงตระหง่านเสียดฟ้าเหนือศีรษะ ใบหน้าซีดเผือดปรากฏความขมขื่น“แย่จริงๆ……”เขาพักอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนจะเริ่มปีนเขาไปพร้อมกับกลุ่มใหญ่ตอนอยู่ที่ค่ายฝึกอบรม ครูฝึกได้สอนเทคนิคการเอาตัวรอดในสภาพแวดล้อมสุดขั้วไว้แล้ว รวมถึงการปีนเขาด้วยมือเปล่าด้วย แต่เนื่องจากข้อจำกัดด้านภูมิประเทศ พวกเขาไม่เคยได้ฝึกปฏิบัติจริงมาก่อนปีนขึ้นไปได้เกือบหนึ่งในห้าของระยะทาง ซูเจ๋อถึงตระหนักว่าเรื่องนี้ยากลำบากแค่ไหนเขาติดค้างอยู่ระหว่างก้อนหินสองก้อนที่ยื่นออกมา กล้ามเนื้อแขนเริ่มสั่นระริกเพราะปวดเมื่อย อากาศที่เบาบางลงเรื่อยๆ ทำให้ต้องหายใจถี่ขึ้น แต่ถึงกระนั้น สติของเขาก็ยังค่อยๆ พร่าเลือนเขาสูดหายใจลึก บังคับตัวเองให้มีกำลังใจ แล้วค่อยๆ ปีนต่อไปทีละก้าวสู่ยอดหน้าผาในตอนนี้ มีทหารใหม่หลายคนที่ไม่สามารถทนต่อไปได้ พวกเขาร่วงหล่นลงมาจากข้างๆ ซูเจ๋อ แต่มีเพียงส่วนน้อยเท่านั้นที่เหมือนกับหลูเป่าโย่วที่ใช้พละกำลังจนหมดแล้วถึงได้ตกลงมาจากหน้าผาชัน พวกเขาส่วนใหญ่รู้สึกว่าตัวเองถึงขีดจำกัดแล้ว จึงกระโดดลงมาเองทุกครั้งที่พวกเขาตกลงมาถึงพื้น จะมีลมหมุนคอยรับร่างของพวกเขาอย่างมั่นคง เพื่อหลีกเลี่ยงการบาดเจ็บพวกเขานอนอย่างหมดแรงอยู่บนพื้น หายใจหอบไม่หยุด ในดวงตาปรากฏแววสิ้นหวังเป็นไปไม่ได้……สำหรับพวกเขาแล้ว นี่เป็น