ัวเองให้ไปให้ถึงช่วงสุดท้าย แต่ถ้าตอนนั้นมีทางถอยคนจำนวนมากอาจจะยังไม่ทันได้แตะขีดจำกัดของตัวเอง ก็จะยอมแพ้กลางคันเสียแล้ว”ติงฉงเฟิงมองหน้าผาสูงชันที่ตั้งตระหง่านเบื้องหน้า ก่อนจะถอนหายใจ “ด่านทดสอบความมุ่งมั่นสินะ……ช่างเถอะ ไปกันเลย ยังไงก็ต้องเผชิญหน้าอยู่ดี”“ไม่ได้”“หืม?”ซูหยวนเอ่ยขึ้นอย่างจริงจัง “พวกเราต้องพักก่อน ฉันบอกแล้วว่าการปีนผาด้วยมือเปล่าเมื่อเริ่มแล้วไม่สามารถถอยหลังได้ และไม่มีเวลาพักระหว่างทาง ดังนั้นก่อนจะเริ่ม พวกเราต้องปรับสภาพร่างกายให้ดีที่สุด ด่านนี้ไม่ได้ทดสอบแค่พละกำลัง ความอดทน และความมุ่งมั่นเท่านั้น แต่ยังรวมถึงความเยือกเย็นเมื่อเผชิญกับสถานการณ์ที่รุนแรง สิ่งที่ต้องห้ามที่สุดในการปีนหน้าผาด้วยมือเปล่าคือความหุนหันพลันแล่นและความโอหัง ซึ่งจะทำให้คนเราเสียชีวิตได้”ติงฉงเฟิงพยักหน้าอย่างเข้าใจ “ฉันเข้าใจแล้ว ลับขวานให้คมก่อนจะตัดฟืน พวกเราพักจนถึงบ่ายแล้วค่อยเริ่มปีนละกัน”สิ้นเสียง ติงฉงเฟิงก็เงยหน้ามองร่างสองร่างที่กำลังปีนขึ้นหน้าผาอย่างช้าๆ ดวงตาฉายแววกังวล……เหงื่อเม็ดโตไหลลงมาตามแก้มของหลูเป่าโย่ว ก่อนจะกลายเป็นน้ำแข็งร่วงหล่นกลางอากาศอย่างรวดเร็วเขากัดฟันแน่น จ้องมองยอดหน้าผาที่ปรากฏให้เห็นเลือนราง พยายามขยับมือและเท้าอย่างยากลำบากร่างกายของเขาสั่นไม่หยุด แทบไม่รู้สึกถึงมือและเท้าของตัวเองแล้ว เขาเดินทางข้ามทุ่งหิมะและทะเลสาบน้ำแข็งมาโดยไม่ได้หยุดพัก