ียนตัวอักษรใหญ่สองตัวลงบนพื้นหิมะ‘จริง’‘เท็จ’เธอยื่นมือออกมา จงใจลูบจมูกของตัวเอง แล้วชี้ไปที่ตัวอักษร ‘เท็จ’“ไม่เป็นไรหรอกถ้าชางหนานจะถูกทำลาย” เธอพูดพลางมองตาของเหลิ่งเซวียนจากนั้นเธอก็ยื่นมือออกมาอีกครั้ง ชี้ไปที่ตัวอักษร ‘จริง’ แล้วพูดต่อว่า “โชคดีที่มีนายอยู่เคียงข้างฉัน”เหลิ่งเซวียนงงงันไปชั่วขณะ แต่ก็เข้าใจความหมายของซือเสี่ยวหนานอย่างรวดเร็วเพื่อหลอกโลกิที่อยู่บนมือของเหลิ่งเซวียน บทสนทนาบางส่วนของพวกเขาจำเป็นต้องเป็นเรื่องเท็จและซือเสี่ยวหนานได้กำหนดท่าทางเพื่อแยกแยะระหว่างคำพูดจริงและคำพูดกลับความหมายไว้ล่วงหน้า เพื่อป้องกันความเข้าใจผิดระหว่างทั้งสอง ท่าทางนี้ก็คือการลูบจมูกคำพูดที่พูดหลังจากลูบจมูกคือคำพูดกลับความหมายส่วนที่เหลือทั้งหมดเป็นคำพูดจริงเหมือนกับประโยคที่ซือเสี่ยวหนานพูดหลังจากลูบจมูกเมื่อสักครู่ ‘ไม่เป็นไรหรอกถ้าชางหนานจะถูกทำลาย’ เมื่อกลับความหมายก็จะเป็น ‘หวังว่าชางหนานจะปลอดภัย’ และไม่ได้ลูบจมูกว่า ‘โชคดีที่มีนายอยู่เคียงข้างฉัน’ นั่นคือความจริงใบหน้าเย็นชาดุจภูเขาน้ำแข็งของเหลิ่งเซวียนปรากฏรอยยิ้มบางๆ เขาลูบจมูกแล้วพูดว่า “ชาตินี้ฉันไม่อยากกลับไปชางหนานอีกแล้ว”ซือเสี่ยวหนานรู้ว่าเหลิ่งเซวียนเข้าใจความหมายของเธอแล้ว จึงลุกขึ้นยืน สายตามองไปทอดมองไปข้างหน้า“ภารกิจของท่านโลกิคือให้พวกเราค้นหาเทือกเขาคุนหลุนในตำนาน และเข้าไปสำรวจความจริงเท็จของเทพต้าเซี่ย……