โม่ แต่ไม่ได้พูดอะไรมาก เพียงแค่เอ่ยอย่างเนิบนาบว่า“งั้นก็อยู่ต่อเถอะ ฉลองปีใหม่ด้วยกัน”ฟางโม่ (ー_ー)ในขณะที่ทุกคนกำลังพูดคุยกันอยู่นั้น ประตูใหญ่ของเรือนสี่ประสานก็ถูกเปิดออกอีกครั้ง ทุกคนหันไปมองพร้อมกัน ก่อนจะตกใจเล็กน้อยผู้มาเยือนคือใบหน้าที่ไม่คุ้นเคย สวมรองเท้าบู๊ตและเสื้อโค้ททหารเขายืนอยู่ที่ประตู มองไปรอบๆ พลางดึงมือออกจากกระเป๋า ดูเหมือนจะงุนงงเล็กน้อย แล้วพูดอย่างเก้อเขินว่า“เอ่อ……หัวหน้าเส้าบอกให้ผมมากินข้าวคืนส่งท้ายปีเก่าครับ”จางเจิ้งถิงและคนอื่นๆ มองหน้ากัน ราวกับนึกอะไรขึ้นมาได้ ดวงตาฉายแววเข้าใจ“เฉินหาน มานั่งตรงนี้ด้วยกันสิ” หลินชีเยี่ยเห็นความเขินอายของอีกฝ่าย จึงยิ้มแล้วยื่นมือออกไป ตบที่นั่งข้างกายเบาๆ “อาหารใกล้จะเสร็จแล้ว”“โอ้! ครับ” เฉินหานรู้สึกโล่งอกอย่างยิ่ง รีบเดินไปที่ข้างกายอีกฝ่าย“สวัสดี ผมชื่อจางเจิ้งถิง เป็นสมาชิกของหน่วย 006” จางเจิ้งถิงยื่นมือออกไปก่อน“สวัสดี ผมชื่อเฉินหาน”“ผมชื่อหยวนกัง เป็นรองหัวหน้าหน่วยที่นี่”“ผมชื่อลู่หู……”ทุกคนต่างกระตือรือร้นที่จะจับมือแนะนำตัวกับเฉินหานหลังจากเสร็จสิ้นการทักทาย เฉินหานจึงผ่อนคลายลง ก่อนจะนั่งลงข้างๆ หลินชีเยี่ย สมาชิกคนอื่นๆ ต่างแยกย้ายไปยุ่งกับการเตรียมอาหารสำหรับคืนวันส่งท้ายปีเก่า มีเพียงพวกเขาสองคนที่นั่งอยู่ในระเบียงทางเดินอันกว้างใหญ่ชื่นชมทิวทัศน์หิมะอย่างเงียบงัน“สภาพแวดล้อมที่นี่ดีจริงๆ” เฉินหานมองไ