เอาไว้จากนั้น ลูกบอลพิกเซลขนาดยักษ์นี้ก็จมลงสู่ห้วงลึกของทะเล หายไปท่ามกลางเกลียวคลื่น……โอซาก้าดวงอาทิตย์สีดำที่ลอยอยู่บนท้องฟ้า ค่อยๆ มอดดับลงเส้นใยสีทองพุ่งพล่านไปทั่วซากปรักหักพัง พันรอบตัวของคนที่คุกเข่าอยู่บนพื้น รวมถึงสมาชิกแก๊งเงามรณะที่กำลังยุ่งอยู่ตามมุมต่างๆ ของถนน ทั้งหมดถูกม้วนขึ้นสู่ท้องฟ้าเมื่อไม่มีการขัดขวางจาก [พิธีกรรมสุริยันทมิฬ] ฝูงกูลก็คำรามพุ่งเข้าสู่วงเวทย์ราวกับคลื่นสีดำที่ถาโถม แต่ในชั่วขณะถัดมา พื้นดินใต้เท้าของพวกมันพลันแตกสลาย พาพวกมันทั้งหมดดับสูญไปในความว่างเปล่า โดยไม่ทิ้งร่องรอยใดๆไว้สมาชิกหน่วยม่านราตรีรวมตัวกันอยู่ใต้บัลลังก์เหล็ก มองภาพวันสิ้นโลกตรงหน้าด้วยสายตาที่เต็มไปด้วยความซับซ้อน“แวดวงผู้เลื่อมใสแห่งนี้ สุดท้ายก็ล่มสลายลงจนได้……” ไป๋หลี่พั่งพั่งอดรำพึงไม่ได้“นึกถึงสมัยก่อน ผมเคยท่องเที่ยวอยู่ที่นี่นานพอสมควรเลยนะ”“ตอนนี้ไม่ใช่เวลาที่จะมารำพึงถึงอดีต” เสิ่นชิงจู่มองเส้นใยที่ห้อยลงมาจากท้องฟ้า กำลังยืดเข้าหาเอวของพวกเขา “พวกนั้นมันอะไร?”“ไม่รู้เหมือนกัน……”อันชิงอวี๋บินขึ้นไปบนบัลลังก์เหล็ก อุ้มหลินชีเยี่ยที่ขยับไม่ได้ออกจากเบาะรองนั่งหลินชีเยี่ยค่อยๆ ลืมตาขึ้น โบกมือสลายบัลลังก์เหล็กใต้ร่าง จับเบาะรองนั่งไว้ในมือ ใบหน้าของเขาเผยความเหนื่อยล้าออกมาเล็กน้อยเขาเงยหน้ามองเงาดาบขนาดมหึมาบนท้องฟ้า แล้วถอนหายใจยาวดูเหมือนว่า อามามิยะ ฮารูกิจะทำสำเร็จแ