ท่ามกลางเสียงคำรามด้วยความเจ็บปวดของกูล ไป๋หลี่พั่งพั่งสวมชุดเกราะหยกสีเขียว รอบตัวมีวัตถุต้องห้ามสิบกว่าชิ้นลอยอยู่ ปล่อยลำแสงแปลกประหลาดออกมา ฉีกกระชากร่างของกูลให้กลายเป็นชิ้นๆ ในทันที!“ฮิฮิฮิฮิ……”เงาดำที่ห่อหุ้มด้วยพลังสังหารปรากฏขึ้น พร้อมกับลากดาบผ่านข้างกายกูลในชั่วพริบตารัศมีดาบอันน่าสะพรึงกลัวพุ่งขึ้นสู่ท้องฟ้า ฉีกหัวของกูลตัวหนึ่งออกเป็นชิ้นๆ เฉาเยวียนผู้คลุ้มคลั่งมีดวงตาแดงก่ำมือถือดาบฟันอย่างบ้าคลั่ง กระโจนไปใต้ร่างของกูลอีกตัวหนึ่ง แล้วฟันมันออกเป็นสองซีกจากล่างขึ้นบนในทันที!ในขณะเดียวกัน เงาดาบสีทองพลันพุ่งผ่านท้องฟ้า“ไม่แปลกที่ชีเยี่ยบอกว่า ที่นี่แตกต่างจากเมื่อก่อนมาก” อันชิงอวี๋นั่งอยู่บน [ปราการหยก] สายตากวาดมองเมืองที่กลายเป็นซากปรักหักพัง พลางเอ่ยอย่างสะเทือนใจ “นี่มันเหมือนวันสิ้นโลกเลยนะ……”“เป็นกลิ่นอายของจันทร์สีเลือด” เสิ่นชิงจู่พูดอย่างสงบนิ่ง“คงเกิดเหตุการณ์บางอย่างขึ้นในที่ราบฟ้าสูง ถามชีเยี่ยก็น่าจะรู้”“พวกเราไม่ต้องช่วยสู้หรอกเหรอ?”“สู้งั้นเหรอ? สองคนนั้นกำลังต่อสู้อย่างดุเดือดอยู่แล้ว อีกทั้งยังมีคนผู้นั้นอยู่ด้วย พวกเราไม่ต้องกังวลหรอก ไปดูชีเยี่ยก่อนดีกว่า”อันชิงอวี๋มองไป๋หลี่พั่งพั่งและเฉาเยวียนผู้คลุ้มคลั่งที่กำลังต่อสู้อยู่ท่ามกลางฝูงกูลแล้วยิ้มเล็กน้อย เขาไม่ได้หยุด[ปราการหยก] ใต้ร่าง แต่บินตรงไปยังดวงอาทิตย์สีแดงที่อยู่ตรงกลางพลังที่แผ่ออกมาจากร