ึมของเซียวอันอดไม่ได้ที่จะปรากฏร่องรอยของความจนใจ “ข้ากับพ่อของเจ้าถือเป็นคนรุ่นเดียวกัน เจ้าควรจะเรียกข้าว่าอา”
“แต่ถ้าเรียกท่านอาอัน มันฟังดูเหมือนคำว่ายอมแพ้ในภาษาหนึ่ฝที่ข้ารู้จักเลยนะขอรับ” เซียวเหยียนทำปากยื่น “ข้าเล่นหมากอยากจะชนะอย่างเดียว ไม่ชอบยอมแพ้”
เซียวอันอดที่จะพูดไม่ออกไม่ได้ ก็เพราะการเล่นคำไร้สาระนี่เอง ทำให้ตนเองต้องกลายเป็นคนรุ่นแก่ไปเลย
“เจ้าจะเรียกข้าว่าอาเซียวก็ได้”
“แต่ที่นี่คือตระกูลเซียว คนแซ่เซียวเยอะแยะไปหมด หากเรียกอาเซียว ข้าเกรงว่าท่านจะสับสนนะขอรับ” เซียวเหยียนกล่าว
เซียวอันจนใจอีกครั้ง
“ถ้าจะให้ข้าพูดนะ ท่านลุงอันไม่ควรจะชื่อว่าอันเลย ในเมื่อบอกว่าท่านมีวาสนาดี… ท่านควรจะชื่อว่าเซียวมี” เซียวเหยียนกล่าวอย่างจริงจัง “ท่านดูสิ ชื่อเซียวมีนี่ไพเราะเพียงใด ท่านมี ท่านมี อะไรก็เป็นของท่าน สอดคล้องกับความสมบูรณ์พูนสุขนะ!”
เซียวอันชักอยากจะเขกศีรษะเล็กๆ ของเขาแล้ว นิสัยช่างแตกต่างจากขุนศึกอาญายุทธ์ที่จริงจังเคร่งครัดโดยสิ้นเชิง ลูกชายของเขากลับกะล่อนปลิ้นปล้อนนัก
“อย่าพูดจาเหลวไหล หากพ่อของเจ้าอยู่ที่นี่ ต้องตีเจ้าให้ก้นลายแน่ ไม่รู้จักที่ต่ำที่สูง” เซียวอันทำหน