ง แต่กลับไร้ซึ่งกระบวนท่า
จางอวิ๋นซีเห็นเซียวเหยียนสนใจดาบ ก็สอนเขาทีละกระบวนท่า เริ่มจากท่วงท่าที่ง่ายที่สุด
เซียวเหยียนเห็นเขาจริงจังถึงเพียงนี้ ในใจก็ยิ่งไม่กล้าฝึกแล้ว หากปล่อยให้อีกฝ่ายมองเห็นแววและมีความหวังขึ้นมา คงจะต้องมาคอยกระตุ้นตนเองทุกวัน ไม่ต้องหวังว่าจะได้อยู่อย่างสงบสุข
ดังนั้นตอนที่จางอวิ๋นซีสอน เขาก็พยักหน้ารับคำตลอด บอกว่าทำได้แล้วๆ แต่พอรับดาบมา ก็ร่ายรำจนมั่วไปหมด ราวกับร่างกายกำลังบอกว่า “ทำได้กับผีสิ!”
ผ่านไปครึ่งบ่าย จางอวิ๋นซีก็อยากจะสบถออกมาดังๆ แม้แต่เพลงดาบชั้นต่ำที่สุด ก็ยังฝึกไม่ได้เรื่อง นี่คือไม่มีความเข้าใจในวิถียุทธ์เลยแม้แต่น้อยสินะ
เขาอดที่จะนึกถึงอัจฉริยะบางคนไม่ได้ บางคนมีพรสวรรค์สูงส่งในด้านใดด้านหนึ่ง แต่ในด้านอื่นกลับไม่รู้อะไรเลย หรืออาจจะแย่กว่าคนทั่วไปเสียอีก และดูเหมือนว่าเซียวเหยียนจะเป็นคนประเภทนั้น
น่าเสียดายที่พรสวรรค์ของเขาใช้ผิดที่…
ฝีมือหมากล้อม… นั่นมันอะไรกัน?! จางอวิ๋นซีถึงกับเกลียดขึ้นมา โลกนี้ทำไมถึงมีคนว่างขนาดนี้ คิดค้นของแบบนี้ขึ้นมา ช่างน่าตายนัก!
แต่หลังจากความเกลียดชังผ่านไป ในใจก็พลันเศร้าขึ้นมา ตนเองช่วยคุณชายน้อยไม่ได้จร