่น่าตกใจ ในที่สุดก็หยุดลงตรงหน้าทั้งสองคน ม่านประตูรถม้าถูกเลื่อนขึ้น อาจารย์เฉินในชุดคลุมสีเทานั่งอยู่หลังโต๊ะเตี้ย มือถือถ้วยชา สายตาสงบนิ่งกวาดมองทั้งสองคน แล้วถามว่า “ใครคือหลวี่รุ่ยฉือ?”“ผมเองครับ”“จั่วชิงบอกสถานที่ไว้ที่ไหน? มีข่าวจากหน่วยม่านราตรีบ้างไหม!”“ยังไม่มีข่าวจากหน่วยม่านราตรีครับ……” หลวี่รุ่ยฉือยื่นมือชี้ไปทางหนึ่ง “แต่พิกัดสุดท้ายที่พวกเขาทิ้งไว้ก่อนหายตัวไปอยู่ข้างหน้านั่น ท่านผู้บัญชาการจั่วสั่งไว้ว่าให้รอท่านมาก่อน แล้วค่อยร่วมมือกับท่านปฏิบัติการ”“อืม”อาจารย์เฉินพยักหน้า “ขึ้นรถกันเถอะ เราไปดูกัน”โจวเต่าอึ้งไป หันไปมองหลวี่รุ่ยฉือ อีกฝ่ายพยักหน้าเบาๆ ให้เขา แล้วเดินขึ้นรถม้าไปก่อน โจวเต่าตามไปติดๆ“รถม้าคันนี้ดูใหม่มากเลยนะ” โจวเต่านั่งในรถ มองสำรวจรอบๆ อย่างสนใจ อดพูดไม่ได้มือที่ถือถ้วยชาของอาจารย์เฉินสั่นเล็กน้อยหลวี่รุ่ยฉือกระแอมเบาๆ โน้มตัวไปกระซิบข้างหูโจวเต่า “ในสงครามเทพเมื่อสองปีก่อน รถม้าของอาจารย์เฉินถูกเทพเก้าเสาหลักทำลาย……นี่เป็นรถคันใหม่”โจวเต่าเพิ่งตระหนักว่าตัวเองพูดผิดไป จึงก้มหน้าลงอย่างเขินอายเล็กน้อย“ไม่มีอะไรน่าอายหรอก” อาจารย์เฉินค่อยๆ จิบน้ำชา สายตาไม่แสดงอารมณ์ใดๆ “ตอนนั้นฝีมือฉันสู้พวกเขาไม่ได้จริงๆ……”เขาเหลือบมองทิวทัศน์ ‘จินตภาพ’ ที่เต็มไปด้วยเสียงนกร้องและดอกไม้บานนอกหน้าต่าง แล้วพูดต่อว่า “แต่ตอนนี้ พวกเขาทำไม่ได้แล้ว”“ไปเถอะ!”เด็กรั