แรงทั้งกายใจ แทบจะเหนื่อยยิ่งกว่าต่อสู้กับผู้ใช้พลังขั้นอนันต์เสียอีก……โชคดีที่ตอนนี้ เหลือทหารใหม่เพียงไม่กี่คนในสนาม เขาไม่จำเป็นต้องกังวลอะไรอีกแล้วพลังจิตของหลินชีเยี่ยจับจ้องไปที่ทหารใหม่ไม่กี่คนที่เหลือ เขาเลิกคิ้วขึ้นเล็กน้อย“รุ่นนี้ มีต้นกล้าดีๆ เยอะเลยแฮะ……”……“ไม่ไหวแล้ว……ผมไม่ไหวแล้วจริงๆ! พี่ติง รอผมด้วย……”ซูเจ๋อสวมชุดทหารใหม่ที่เต็มไปด้วยฝุ่น เดินโซเซตามหลังติงฉงเฟิง หลังจากปีนข้ามกำแพงไปได้ เข่าของเขาก็อ่อนยวบลงกับพื้นติงฉงเฟิงที่เหงื่อท่วมศีรษะหันกลับมามองซูเจ๋อที่นอนอยู่บนพื้น “เหลืออีกสองชั่วโมง อดทนอีกนิดนะ……”“ไม่ไหวแล้ว ผมขยับตัวไม่ได้แล้วจริงๆ” ซูเจ๋อโบกมืออย่างเหนื่อยหอบ “ผมไม่เหมือพี่ติงนะ พี่มาจากกองทัพอยู่แล้ว สมรรถภาพร่างกายดีเยี่ยม ผมก็แค่โอตาคุที่ขลุกอยู่แต่ในบ้าน อย่าบังคับผมเลย……”ติงฉงเฟิงขมวดคิ้ว ชี้ไปที่เด็กสาวที่กำลังปีนป่ายสิ่งกีดขวางต่างๆ อย่างคล่องแคล่วไม่ไกลออกไป“น้องสาวนายก็เป็นคนธรรมดา เธอยังทำได้ ทำไมนายถึงทำไม่ได้ล่ะ?”“จะเหมือนกันได้ยังไง?” ซูเจ๋ออดไม่ได้ที่จะบ่น “คุณเรียกนักกีฬาเอ็กซ์ตรีมมืออาชีพว่าคนธรรมดา? นี่คุณไม่เข้าใจความหมายของคำว่าคนธรรมดาหรือเปล่าเนี่ย! ระยะทางที่เธเล่นกีฬาเอ็กซ์ตรีม รวมๆ กันแล้วน่าจะวนรอบเมืองหลวงได้หลายสิบรอบแล้วมั้ง!”“แต่เธอก็ยังเป็นน้องสาวนายไม่ใช่เหรอ? นายเป็นพี่ชาย แสดงความอ่อนแอต่อหน้าน้องสาวแบบนี้ตลอด ไม่รู้ส