ามารถมองเห็นสถานการณ์ของกันและกันได้ ดวงตาของข่งซางฉายความกังวลออกมาอย่างหนักหน่วงทันใดนั้น เสียงร้องโหยหวนของสิ่งลี้ลับหลายเสียงก็ดังมาจากด้านหลัง เขาชะงักไปชั่วขณะ หันหลังกลับไปมองเห็นเพียงร่างที่เต็มไปด้วยบาดแผลหกร่างกำลังวิ่งออกมาจากกำแพงเมืองที่พังทลาย!“พี่ๆ จากหน่วยฟีนิกซ์! น้องชายมาช่วยพวกพี่แล้ว!” ไป๋หลี่พั่งพั่งหัวเราะร่า ภาพไท่จี๋แปดทิศใต้เท้าของเขาหมุนวน ในชั่วพริบตาต่อมาร่างของเขาก็ยืนขวางอยู่กลางช่องโหว่ในแนวป้องกันของหน่วยฟีนิกซ์รอบกายของเขาปะทุอแสงสว่างจ้าออกมา ใช้วัตถุต้องห้ามรับแรงปะทะจากคลื่นสิ่งลี้ลับได้อย่างแข็งแกร่งเส้นใยที่มองไม่เห็นลอยวนอยู่ในอากาศ เก็บเกี่ยวชีวิตของสิ่งลี้ลับอย่างบ้าคลั่ง ในจำนวนหกคนนั้น อันชิงอวี๋แบกโลงศพสีดำเดินอย่างสงบมาอยู่ข้างหน่วยฟีนิกซ์“สวัสดี ฟีนิกซ์” เขายิ้มพลางเอ่ยปาก “พวกเรา……คือม่านราตรี”เซี่ยซือเหมิงจำได้แม่นว่าคนกลุ่มนี้คือสมาชิกหน่วยของหลินชีเยี่ย แต่ชื่อม่านราตรีนี้ เธอเพิ่งเคยได้ยินเป็นครั้งแรก“ม่านราตรี?” เซี่ยซือเหมิงราวกับนึกอะไรขึ้นมาได้ เงยหน้ามองท้องฟ้ายามราตรีที่มืดสนิทเบื้องบน แล้วยิ้มบางๆ“เป็นชื่อที่ไม่เลวเลย……”…หน้าด่านเฉินหลง สมรภูมิวุ่นวายไปทั่ว สองหน่วยรบพิเศษร่วมมือกันยืนหยัดอยู่หน้ากำแพง ต้านทานการโจมตีของคลื่นสิ่งลี้ลับที่อยู่แนวหน้าอย่างสุดความสามารถ ในขณะที่อีกหนึ่งหน่วยรบพิเศษบินตรงไปยังขอบสุดของทัศนวิสัยเ