ี่ยับยู่ยี่ออกมา คงเป็นของที่เก็บไว้หลายเดือนก่อน กระดาษค่อนข้างบาง ดูราคาถูกเสิ่นชิงจู่วางใบปลิวลงบนโต๊ะ พยายามรีดให้เรียบ ด้านบนสุดของใบปลิวมีตัวอักษรสีม่วงน้ำเงินเขียนว่า ‘ต้นไม้ราตรีคลับ’ ใต้ตัวอักษรมีรูปผู้ชายยืนอยู่สี่คนชายสองคนตรงกลางครอบครองเกือบครึ่งหนึ่งของใบปลิว คนทางซ้ายสวมชุดยูกาตะลายดอกสีเทาน้ำเงิน ใต้คอเสื้อที่หลวม กระดูกไหปลาร้าที่สมส่วนขับเน้นเส้นสายร่างกายที่สมบูรณ์แบบ สูงโปร่งแต่ดูแข็งแรง ใบหน้าหล่อเหลาดวงตาทั้งสองเย็นชาและลึกล้ำดั่งคมดาบในม่านฝนชายทางขวาสวมชุดยูกาตะลายดอกสีดำแดง ถือร่มสีแดงเอาไว้ ใต้เส้นผมสีดำที่ยุ่งเหยิง ใบหน้าหล่อเหลามองไปข้างหน้าอย่างเย็นชา ราวกับราชาที่กำลังมองดูมวลมนุษย์“ฮึ่ย!!!”ในทันทีที่เห็นใบหน้านี้ ทุกคนที่อยู่ในที่นั้นนอกจากเสิ่นชิงจู่ ต่างสูดลมหายใจเฮือกใหญ่!เสิ่นชิงจู่ไม่ได้แปลกใจกับเรื่องนี้ เพราะเขาไปที่คลับหลายครั้งแล้ว แม้กระทั่งเขายังมีโอกาสได้รับ ‘การบริการร่วมกัน’ จากสองคนในใบปลิวนี้ภายในห้องเล็กๆ ของแก๊งเงามรณะ“ชีเยี่ยเหรอ!?” ไป๋หลี่พั่งพั่งเอ่ยอย่างไม่อยากเชื่อ “เขา เขา……เขาไปเป็นโฮสต์จริงๆ เหรอ?”เฉาเยวียนจ้องมองรูปของหลินชีเยี่ยบนใบปลิวอย่างไม่ละสายตา อดกลืนน้ำลายไม่ได้“ไม่เลวเลยนี่……แต่งตัวแบบนี้ก็ดูดีเหมือนกัน”“เดี๋ยวเอากลับไปถ่ายเอกสารให้ฉันสักชุดด้วย” อันชิงอวี๋พูดอย่างจริงจัง “ฉันจะเอาไปใส่กรอบ”เจียหลานจ้องมองร่างที่หล