งนั้น ริ้วรอยสีเทาปรากฏขึ้นบนผิวหนังทีละน้อย ใต้รอยย่นที่ซ้อนทับกันคือใบหน้าชราที่ป่วยหนักเจียนตายเขาเงยหน้าขึ้นมองตัวเองในกระจกบนโต๊ะ ริมฝีปากแห้งผากปรากฏรอยยิ้มขมขื่นยังบอกว่าจะตายในสภาพพ่อที่สง่างามอยู่เลย……แต่สภาพแบบนี้ ช่างดูอเนจอนาถเหลือเกินแต่เขาก็ยังส่ายหน้า มือขวาที่เต็มไปด้วยจุดด่างดำกำปากกาอย่างสั่นเทา เขียนตัวอักษรลงบนกระดาษขาวตรงหน้าทีละบรรทัด“ทากิชิโระ ขอโทษนะ แต่เดิมทีเรื่องเหล่านี้ฉันอยากจะบอกนายด้วยตัวเอง แต่ฉันกลัวว่าร่างกายของฉันคงไม่สามารถรอจนกว่านายจะตื่นขึ้นมาได้ ดังนั้นฉันจึงตัดสินใจเขียนจดหมายฉบับนี้ทิ้งไว้……”สายฟ้าแลบสว่างจ้าวาบขึ้นบนท้องฟ้ายามราตรีในที่ไกลออกไป เสียงระเบิดดังสนั่นปะปนกับเสียงฟ้าร้อง กระหึ่มอยู่ในความเงียบสงัดยามราตรี ชายชราผมขาวโพลนป่วยหนักนั่งอยู่ข้างโต๊ะ ราวกับแยกตัวออกจากโลกภายนอกโดยสิ้นเชิง ยากลำบากแต่ตั้งใจ เขียนความในใจของเขาลงไปไม่รู้ผ่านไปนานเท่าใด เขาค่อยๆ วางปากกาในมือลง ในที่สุดดวงตาขุ่นมัวก็ปรากฏแววโล่งใจเขารู้สึกเหมือนยกภูเขาออกจากอก ยูริ โคกูเท็ตสึหันกลับมามองยูริ ทากิชิโระที่ยังคงหมดสติอยู่ มุมปากของเขายกขึ้นเล็กน้อยเขาวางจดหมายฉบับนี้และ [ฮิโตมิ] ไว้ที่หัวเตียงของทากิชิโระ แล้วค่อยๆ ลุกขึ้นยืน สวมเสื้อโค้ทสีดำที่แขวนอยู่บนราว ไอไปพลางผลักประตูห้องที่หนักอึ้งเปิดออกกริ๊ก!ประตูห้องปิดลง ภายในห้องกลับมาเงียบสงัดอีกครั้งท่ามกลา