กลับถูกกลืนหายไปนั่นคือช่องว่างขนาดเส้นผ่านศูนย์กลางกว่าสองร้อยเมตรบนกระจกใต้ทะเลลึกนี้จากขอบของช่องว่าง พื้นผิวที่ขาดเรียบแต่ไม่สม่ำเสมอ ราวกับถูกของมีคมบางอย่างแทงทะลุมุมหนึ่ง และใต้ช่องว่างนี้คือความมืดมิดไร้ที่สิ้นสุดอู๋เซียงหนานหันไปมองอัศวิน อีกฝ่ายถืออุปกรณ์ระบุตำแหน่งและชูนิ้วโป้งให้เขาตำแหน่งที่อุปกรณ์ระบุอยู่ใต้ช่องว่างในกระจกนี้พอดีอู๋เซียงหนานว่ายนำหน้า กำลังจะดำลงไปในช่องว่างโดยตรง แต่เจียหลานกลับรั้งเขาไว้ก่อน เธอพับแขนขวาทำท่า ‘แข็งแรง’ แล้วว่ายนำหน้าทั้งสองคนลงไปในช่องว่างเป็นคนแรกแม้จะมีการระบุตำแหน่งเพื่อกำหนดทิศทาง แต่นั่นไม่ได้หมายความว่าการเข้าไปในช่องว่างจะปลอดภัย และในสามคนนี้ คนที่ไม่กลัวอันตรายที่สุดก็คือเจียหลานทั้งสามดำลงไปตามช่องว่างในกระจกเรื่อยๆ ไม่รู้ผ่านไปนานเท่าใด รู้สึกเพียงว่าผ่านเยื่อบางๆ คล้ายฟองสบู่ แล้วโลกก็หมุนคว้างร่างก็ตกลงบนแผ่นหินสีเทาแข็งๆ อย่างแรงเจียหลานลุกขึ้นยืนจากพื้นเป็นคนแรก เมื่อเห็นภาพตรงหน้าเธอก็ชะงักอยู่กับที่ตรงหน้าเธอคือถนนกว้างปูด้วยแผ่นหินสีเทาทอดยาวไปข้างหน้าไม่รู้จบ สองข้างทางมีกำแพงสูงสีเทาเข้มตั้งอยู่ส่วนด้านหลังเธอคือประตูใหญ่สีแดงสดรูปทรงแปลกตาพวกเธอเพิ่งตกลงมาจากประตูสีแดงนั่นเองหลังจากนั้น อู๋เซียงหนานและอัศวินก็ตกลงมาจากประตูพร้อมกัน พวกเขามองไปรอบๆ อู๋เซียงหนานถอดหน้ากากออกซิเจนออก หลังจากยืนยันว่ามีอากาศรอบๆ สา