ถึงขั้นที่มหาอสูรผู้หนึ่ง ยอมลดตัวลงมาทำพันธสัญญาเป็นข้ารับใช้ให้แก่ผู้บำเพ็ญระดับเทียนหยวนขั้นที่สอง
นี่ต้องผ่านการเคี่ยวกรำเยี่ยงไรมา ถึงได้ยอมถอยหลังให้ถึงเพียงนี้?
ความจริงแล้ว ตอนที่เสี่ยวชิงยอมรับเมิ่งฝานเป็นเจ้านายนั้น เมิ่งฝานยังอยู่เพียงระดับเจินอู่เท่านั้น ยังห่างไกลจากระดับเทียนหยวนขั้นที่สองอีกโข!
“ลูกนอกสมรสของท่านเจ้าสำนัก” เมิ่งฝานใช้นิ้วดีดหน้าผากเย่ชิงอวี๋ไปหนึ่งที
“เพ้อเจ้ออะไรของเจ้า! หากข้าเป็นลูกนอกสมรสของท่านเจ้าสำนัก ข้าจะยังไปคลุกคลีอยู่ในหมู่ศิษย์รับใช้นานขนาดนั้นรึ แล้วยังจะถูกส่งมาที่หอกระบี่อีกงั้นรึ?”
เมิ่งฝานค้อนเย่ชิงอวี๋ไปวงหนึ่ง นี่มันเรื่องเหลวไหลไร้สาระโดยสิ้นเชิง
จะบอกว่าเขาเป็นลูกชายที่พลัดพรากไปนานของผู้อาวุโสหลิน ยังจะดูมีความเป็นไปได้มากกว่าเสียอีก!
“บาดแผลของเจ้าเป็นอย่างไรบ้าง เดินไหวไหม?” เมิ่งฝานถามเย่ชิงอวี๋
เมื่อเห็นว่าท้องฟ้าเริ่มมืดลงแล้ว การค้างคืนที่นี่ดูจะไม่ใช่ทางเลือกที่ดีนัก
การกลับไปที่โรงเตี๊ยม แช่น้ำอุ่นสักนิด แล้วทานอาหารมื้ออร่อยสักมื้อ นั่นถึงจะเป็นการเสพสุขกับชีวิตที่แท้จริง
อีกอย่าง รถม้าของพวกเขาก็ยังอยู่ที่โรงเตี๊ยมด้วย