ผีหลอกซะอีก”หลินชีเยี่ย “……”ถึงผีจะมาเคาะประตูจริงๆ คนที่ตกใจน่าจะเป็นผีมากกว่ามั้ง?“ยังไงตอนกลางคืนคุณก็ไม่นอนอยู่แล้ว ไม่ถือว่ารบกวนหรอกน่า” อามามิยะ ฮารูกิเลิกคิ้วขึ้น“……เข้ามาสิ ข้างนอกมืดๆ น่ากลัวจะตาย”ชายคนนั้นเปิดประตูให้กว้างขึ้น เปิดทางให้หลินชีเยี่ยและอามามิยะ ฮารูกิเดินเข้าไปตามลำดับ เขาหันกลับไปปิดประตู ใช้กุญแจเหล็กขนาดเท่ากำปั้นล็อคไว้ แล้วหันกลับมาเดินนำไปทางตัวบ้านเขาพาทั้งสองเดินไปตามระเบียงไม้ที่มืดสลัว เสียงเอี๊ยดอ๊าดดังขึ้นทุกครั้งที่ฝ่าเท้าเหยียบลงบนพื้นไม้ ทั้งสองข้างทางเต็มไปด้วยฝุ่นผง ดูเหมือนจะไม่ได้ใช้งานมานานแล้วหลินชีเยี่ยมองคนที่พาพวกเขาลัดเลาะจากห้องรับแขกไปยังลานโล่งที่เต็มไปด้วยเครื่องมือตีเหล็กขนาดใหญ่ เตาหลอมตั้งตระหง่านอยู่กลางลาน เปลวไฟภายในยังไม่มอดดับชายคนนั้นคว้าเก้าอี้เตี้ยสองตัวออกมาจากมุมใดมุมหนึ่ง ก่อนจะเป่าฝุ่นออกแล้ววางลงบนพื้น“นั่งสิ เชิญดื่มชา……อ๊ะ ฉันไม่มีหรอก”หลินชีเยี่ย “……”“ไม่ล่ะ” อามามิยะ ฮารูกินั่งลงบนเก้าอี้อย่างไม่ใส่ใจ พลางมองไปรอบๆ “สี่ปีแล้ว ที่นี่ไม่เปลี่ยนไปเลยนะครับ”“……”“อาซาบะ เขาคือฟุรุฮาระ โยชิกิ เจ้าของดาบมากาตสึเล่มที่เก้า ส่วนนี่เพื่อนของผม อาซาบะ ชิจิยะ” อามามิยะฮารูกิแนะนำทั้งสองคร่าวๆ หลินชีเยี่ยส่งยิ้มให้อีกฝ่ายอย่างสุภาพฟุรุฮาระ โยชิกิไม่พูดอะไร จ้องมองอามามิยะ ฮารูกิด้วยดวงตาที่ว่างเปล่า ดวงตาที่ดูเหมือนปลาตา