“สำนักหลอมวิญญาณนี้ แม้จะอยู่ในฝ่ายมาร ก็นับว่าเป็นพรรคพวกประเภทที่ชั่วช้าสามานย์และอำมหิตที่สุด!” เมิ่งฝานขมวดคิ้วพลางพึมพำกับตนเอง
ตั้งแต่โบราณกาล ธรรมะและอธรรมมิต่างจากน้ำกับไฟที่อยู่ร่วมกันไม่ได้ ทว่าฝ่ายใดก็มิอาจกำจัดอีกฝ่ายให้สิ้นซากได้
ฝ่ายนี้ทรุด ฝ่ายนั้นรุ่ง… ฝ่ายนั้นรุ่ง ฝ่ายนี้ทรุด!
ทว่าแม้ฝ่ายธรรมะจะมิอาจกำจัดวิถีมารทั้งหมดได้ แต่การจะกำจัดสักหนึ่งสำนักมารนั้นย่อมไม่ใช่ปัญหาใหญ่
สำนักประเภทสำนักหลอมวิญญาณนี้ ไม่ควรจะมีตัวตนอยู่ในโลกนี้เลยแม้แต่น้อย
เมิ่งฝานเตรียมตัวว่าหลังจากกลับไปที่สำนักซูซานแล้ว จะนำเรื่องนี้ขึ้นไปรายงาน
เขาเชื่อว่าด้วยรูปแบบการทำงานของสำนักซูซานที่เกลียดชังความชั่วร้ายเข้าไส้ ย่อมไม่มีทางปล่อยสำนักหลอมวิญญาณนี้ไว้เฉย ๆ แน่นอน
สำนักหลอมวิญญาณเพิ่งจะเริ่มปรากฏตัวขึ้นในยุทธภพในช่วงสองปีที่ผ่านมา และมักจะทำตัวหลบ ๆ ซ่อน ๆ เหมือนหนูในท่อระบายน้ำเหม็น ๆ
ดังนั้นการที่สำนักฝ่ายธรรมะต่าง ๆ ยังมิได้สังเกตเห็นสำนักหลอมวิญญาณ ก็นับว่าเป็นเรื่องที่สมเหตุสมผลอยู่
ทว่าเมื่อพฤติการณ์ของสำนักหลอมวิญญาณเริ่มรุนแรงเกินไป การถูกเปิดโปงย่อมเป็นเรื่องของเวลาเท่านั้น