่มๆ ค่อยๆ หายลับไปจากสายตาของทุกคนหลังจากคนของแก๊งเงามรณะแยกย้ายกันไป เสิ่นชิงจู่ก็เดินมาเบื้องหน้าหลินชีเยี่ย ถามว่า“ต่อจากนี้ นายมีแผนอะไร?”หลินชีเยี่ยมองฮารูกิที่อยู่ข้างๆ แล้วพูดกับเสิ่นชิงจู่ว่า “ฉันต้องไปหาคนซ่อมดาบ อาจจะต้องเดินทางไกล นายจะไปด้วยกันไหม?”เสิ่นชิงจู่ลังเลครู่หนึ่ง แล้วส่ายหน้า “ฉันยังต้องอยู่ดูแลแก๊งเงามรณะที่นี่ และฉันก็สั่งให้พวกเขาตามหาคนตามภาพทั่วทั้งภูมิภาคคันไซแล้ว ถ้ามีข่าวอะไร ฉันก็จะติดต่อพวกเขาได้เร็ว”หลินชีเยี่ยไม่ได้บังคับ เพราะตอนนี้สถานะบอสของเสิ่นชิงจู่ก็มีประโยชน์มาก หากสละทิ้งไปเฉยๆ ก็จะเป็นการสูญเสียสำหรับพวกเขา“เก็บโทรศัพท์ไว้ให้ดีนะ ถ้ามีข่าวคราวของคนอื่นๆ อย่าลืมโทรมาบอกฉันด้วย”หลินชีเยี่ยหยิบโทรศัพท์มือถือรุ่นเก่าแบบฝาพับออกมาจากกระเป๋า แล้วยื่นให้เสิ่นชิงจู่“โทรศัพท์เครื่องนี้ยูรินะหามาจากตระกูลคาเซมัตสึริ ทั้งตัวเครื่องและซิมการ์ดข้างในก็เป็นของคนอื่น อีกทั้งยังไม่ใช่สมาร์ตโฟน จึงสามารถหลีกเลี่ยงการติดตามของพวกผู้ส่งสารศักดิ์สิทธิ์ และใช้ติดต่อระยะไกลได้”“อืม” เสิ่นชิงจู่พยักหน้ารับหลินชีเยี่ยและฮารูกิออกจากตึกของแก๊งเงามรณะ ยืนอยู่ที่เชิงบันได มองดูเมืองตรงหน้า แล้วถอนหายใจยาว“ต่อไปเราจะไปไหนกันดี?” หลินชีเยี่ยหันไปถามอามามิยะ ฮารูกิ“ไปสะพานชินไซบาชิ”“คนซ่อมดาบอยู่ที่ชินไซบาชิเหรอ?”“ไม่ใช่ ผมต่างหากที่ควรจะอยู่ที่สะพานชินไซบาชิ”“……”เมื