่อเห็นสีหน้างุนงงของหลินชีเยี่ย ฮารูกิก็อธิบายอย่างใจเย็นว่า “พวกเราเคยนัดกันไว้ว่า คุณต้องไปที่ร้านน้ำชาบนเรือประมงที่สะพานชินไซบาชิในโอซาก้า แล้ววางเหรียญ 50 เยนไว้ในกระถางต้นไม้ทางซ้ายมือของประตูทางเข้า ผมถึงจะปรากฏตัว”หลินชีเยี่ยพูดอย่างงุนงง “แต่ว่า… ตอนนี้คุณก็อยู่ข้างๆ ผมแล้วนี่ ทำไมผมยังต้องไปหาคุณที่ชินไซบาชิอีกล่ะ?”“นี่เป็นเรื่องบังเอิญ” อามามิยะ ฮารูกิพูดอย่างจริงจัง “ถ้าไม่ใช่เพราะผมบังเอิญไปที่โฮสต์คลับนั่น แล้วได้เป็นโฮสต์พร้อมกับคุณ พวกเราก็ไม่ควรจะได้เจอกันที่นี่…ผมหวังว่าคุณจะลืมเรื่องที่ผมเคยเป็นโฮสต์… แน่นอน ผมก็จะลืมเรื่องที่คุณเป็นโฮสต์ด้วย พวกเราจะแกล้งทำเป็นว่าไม่มีอะไรเกิดขึ้น แล้วกลับไปทำเรื่องสำคัญกัน”“…”หลินชีเยี่ยมองเขาอย่างแปลกๆ ไม่รู้ทำไม พอฟังคำพูดของอามามิยะ ฮารูกิแล้ว เขาก็รู้สึกเหมือนกับถูกขอให้ ‘มาลืมเรื่องเมื่อคืน แล้วแกล้งทำเป็นว่าไม่มีอะไรเกิดขึ้น ค่อยมาจีบกันใหม่’ อย่างไรอย่างนั้น…‘ดูเหมือนอามามิยะ ฮารูกิจะพยายามอย่างมากที่จะปกปิดประวัติดำมืดช่วงเป็นโฮสต์สินะ…’สีหน้าของหลินชีเยี่ยดูแปลกๆ ขึ้นมา“ก็ได้ งั้นไปสะพานชินไซบาชิกันก่อน”……ครึ่งชั่วโมงต่อมาทั้งสองนั่งรถมาถึงสะพานชินไซบาชิ เมื่อมาถึง ฮารูกิก็ลงจากรถและแยกไปทางอื่นก่อน โดยบอกว่าจะไปเตรียมตัวหลินชีเยี่ยบ่นในใจ แต่ก็ทำตามที่ตกลงกันไว้ เควี้ยงเหรียญ 50 เยนใส่กระถางต้นไม้ของร้านน้ำชาบนเรือประ