งหน้าก็ถึงกับชะงักไปปลายถนนอันมืดมิด เกลื่อนกลาดด้วยเศษกระจกแตกกระจาย สะท้อนแสงจันทร์สลัวราวกับพรมเงินปูพื้น ประตูใหญ่และหน้าต่างของคลับถูกทุบจนแหลกละเอียด ป้ายไฟนีออนหรูหราร่วงหล่นลงพื้น ตัวอักษรบิดเบี้ยว บางครั้งมีประกายไฟกระเด็นออกมาจากหลอดนีออน ส่องสว่างวูบวาบในความมืดภายในคลับ เคาน์เตอร์ต้อนรับพังยับเยิน ตู้เก็บเหล้าราคาแพงถูกพลิกคว่ำ ขวดเหล้านับสิบแตกกระจายของเหลวไหลนองราวกับทะเลสาบ ไหลไปตามพื้นจนถึงโต๊ะเก้าอี้ที่ล้มระเนระนาดต้นไม้ราตรีคลับ กลายเป็นซากปรักหักพัง“นี่มัน…” หลินชีเยี่ยขมวดคิ้วแน่นอามามิยะ ฮารูกิหรี่ตาลง เขาหันไปสบตากับหลินชีเยี่ย ทั้งสองต่างก็เดาออกว่าเกิดอะไรขึ้นการทำลายล้างเช่นนี้ มีเพียงยากูซ่าเท่านั้นที่จะกล้าทำ แต่แก๊งเงามรณะไม่มีทางทำแบบนี้แน่ ดังนั้นคนที่อยู่เบื้องหลังจึงชัดเจนแล้ว……“โอ้ พวกคุณกลับมาแล้วนี่!” จากร้านอิซากายะข้างๆ มีหญิงวัยกลางคนรีบวิ่งออกมา เอ่ยกับพวกเขาว่า “สองชั่วโมงก่อน ฉันเห็นพวกยากูซ่าที่ก่อเรื่องแถวโดทงโบริวิ่งมาที่นี่ พวกเขาไม่พูดพร่ำทำเพลง ทุบประตูบุกเข้าไปเลย ดูเหมือนกำลังค้นหาอะไรบางอย่าง ทำข้างในยับเยินไปหมด……หรือว่า หรือว่าพวกคุณควรแจ้งตำรวจดีไหม!”ยูรินะยืนนิ่งอยู่หน้าประตูคลับที่มืดมิดและรกร้าง มองดูสภาพข้างในที่เหมือนลานขยะอย่างเหม่อลอย ร่างกายสั่นเทาโดยไม่รู้ตัว เธอกัดริมฝีปากแน่น ดวงตาเริ่มแดงก่ำ“ทำไมกัน…” เธอพึมพำด้วยน้ำเ