ห็นหนูอยู่ตรงนี้แล้วสงสาร อยากให้หนูไปกินอะไรที่ร้าน แต่หนูไม่ได้ไป”“แล้วเธอหิวไหม?”“หิว” ยูรินะพูดเสียงเบา “แต่ไม่เป็นไร หนูชินแล้ว……อย่าดูถูกหนูว่าตัวเล็กนะ หนูอดทนต่อความหิวได้ดีเลย”หลินชีเยี่ยรู้สึกสงสารเมื่อสัมผัสได้ถึงอุณหภูมิจากร่างเล็กๆ ของยูรินะ‘ชีวิตของเด็กคนนี้……ช่างรันทดเหลือเกิน’ยูรินะรู้สึกว่าตัวของหลินชีเยี่ยเปียกชื้น เธอดมดูอย่างละเอียดแล้วเงยหน้าขึ้นมองอย่างงุนงง “พี่ไปอาบน้ำในท่อน้ำเสียมาเหรอ?”หลินชีเยี่ยลุกขึ้นยืน มองไปรอบๆ แล้วพูดว่า “ไปกันเถอะ ฉันจะพาเธอไปกินข้าวก่อน เนื้อโกเบที่ฉันสัญญากับเธอไว้ยังไม่ได้กินเลย”ยูรินะกะพริบตาถาม “พี่ยังมีเงินติดตัวอยู่หรือเปล่า?”“……ไม่มี”“งั้นพี่จะพาฉันไปกินแล้วเชิดหรือไง?”หลินชีเยี่ยเกาหัวแกรกๆ กำลังจะพูดอะไรบางอย่าง จู่ๆ ก็มีเงาร่างหนึ่งปรากฏขึ้นที่ทางเข้าซอย“เอ๊ะ? ทำไมมีคนเพิ่มขึ้นมาอีกคนล่ะ?”นั่นเป็นลุงวัยกลางคนใส่สูทสีดำประดับเลื่อม เขาสวมรองเท้าหนังขัดมันวับ ผมสีดำบนหัวถูกหวีเรียบแปล้ไปด้านหลังอย่างเนี้ยบ น้ำมันแต่งผมเงาวับจนสามารถสะท้อนป้ายไฟนีออนริมถนนได้ ที่กระเป๋าเสื้อสูทเลื่อมนั้น ยังมีดอกกุหลาบสีแดงเสียบอยู่ด้วย ดูหรูหราและสะดุดตาในมือของเขาถือถาดอย่างสง่างาม บนนั้นมีชามซุปมิโสะและจานข้าวหมูทอดที่ยังร้อนกรุ่น“ถ้าสองคนคงไม่พอกินแน่ๆ……” ลุงเกาท้ายทอยอย่างลำบากใจหลินชีเยี่ยหันไปมองยูรินะอย่างสงสัย“เขาคือลุงที่ชวนฉันไปก