บความสามารถอันน่าพิศวง ทำให้ระดับอันตรายของอีกฝ่ายพุ่งสูงขึ้นอย่างรวดเร็วหลินชีเยี่ยในตอนนี้ไม่มีทางเป็นคู่ต่อสู้ของเขาได้เลยยิ่งไปกว่านั้น เขาไม่ได้มีศัตรูเพียงแค่ผู้ส่งสารศักดิ์สิทธิ์คนเดียว……หลินชีเยี่ยเงยหน้าขึ้นมองท้องฟ้ายามราตรีอันมืดมิด เขารู้สึกได้อย่างชัดเจนว่า สายตาสิ่งลี้ลับที่ปรากฏบนหาดตื้นก่อนหน้านี้ได้ส่องลงมาจากความว่างเปล่าอีกครั้ง กำลังมองหาร่องรอยของเขาอยู่รอบๆการใช้ [แสงรำไรห้วงทมิฬ] เมื่อครู่ ดึงดูดความสนใจของสิ่งลี้ลับนั้นอีกครั้ง ถ้าเขายังคงใช้ผนึกต้องห้าม ในที่สุดเขาก็จะถูกล็อกเป้าอย่างแน่นอน“โทสะของเทพเจ้าจะลงมา ถ้านายยังใช้วิธีของผู้บุกรุกพวกนั้นต่อไป ไม่ต้องให้ฉันลงมือหรอก นายก็จะถูกเทพเจ้าพิพากษาจนแหลกเป็นจุณไปเอง วันนี้ นายหนีไม่พ้นหรอก” ผู้ส่งสารศักดิ์สิทธิ์ชุดขาวรู้สึกถึงสายตานั้นบนท้องฟ้าเช่นกัน จึงพูดพลางยิ้มเยาะหลินชีเยี่ยเงียบงัน ดวงตาเปล่งประกายวาววับ กำลังครุ่นคิดถึงวิธีแก้สถานการณ์ที่ติดตันนี้ใช้ผนึกต้องห้าม ก็จะถูกสิ่งลี้ลับจับตามอง แล้วก็ตาย ไม่ใช้ผนึกต้องห้าม ก็ไม่สามารถหนีพ้นจากเงื้อมมือของผู้ส่งสารศักดิ์สิทธิ์ได้ ก็คงต้องตายอยู่ดีนี่คือหนทางที่ไร้ทางออกในขณะที่หลินชีเยี่ยกำลังครุ่นคิดอย่างหนัก หยดน้ำฝนหยดหนึ่งก็พลันตกลงมาจากก้อนเมฆ ตกลงบนไหล่ของเขา แตกกระจายเป็นละอองน้ำเล็กๆ ลอยฟุ้งขึ้นแหมะ!ฝนตกเหรอ?หยดน้ำฝนนี้ไม่ได้ดึงดูดความสนใจของหลินชีเ