น้า ไม่ได้ลุกขึ้นเก็บ เพียงแต่นั่งนิ่งอยู่ตรงนั้นอย่างเหม่อลอยเขาไม่คิดว่าตัวเองจะกลับมาในรูปแบบนี้ ยิ่งไม่คิดว่าเยี่ยฟ่านจะยอมเสียสละชีวิตเพื่อช่วยเขาเมื่อเขารู้เรื่องราวทั้งหมดจากปากของวีรวิญญาณหลายคน เขารู้สึกว่าสมองทั้งหมดกลายเป็นโจ๊ก รู้สึกไม่สบายใจอย่างบอกไม่ถูก……การสละชีวิตของเยี่ยฟ่านเพื่อแลกกับชีวิตของเขา ไม่ใช่สิ่งที่เขาต้องการแต่ทุกอย่างได้เกิดขึ้นแล้วตอนนี้โจวผิงสับสนมากกลิ่นหอมของอาหารพลันโชยเข้าจมูก ดึงความคิดที่สับสนของเขากลับมา เขาหันหน้าไป เห็นอาสามกำลังถือจานอาหารสองอย่างกับซุปหนึ่งถ้วย ยืนอยู่ข้างๆ เขา“อาสาม……” โจวผิงเอ่ยอย่างฉงนอาสามไม่รีบร้อน วางอาหารลงบนโต๊ะตรงหน้าเขา ยื่นตะเกียบให้คู่หนึ่ง แล้วนั่งลงบนเก้าอี้ฝั่งตรงข้าม ถือถ้วยชาไว้ในมือ พลางเป่าไอร้อนที่ลอยขึ้นมาจากถ้วยเบาๆ“กินสิ ออกไปข้างนอกนานขนาดนี้ คงคิดถึงอาหารที่บ้านแล้วสินะ?” เขาพูดพร้อมรอยยิ้มโจวผิงมองอาหารร้อนๆ ตรงหน้าอย่างเหม่อลอย เขารับตะเกียบมา พลางพยักหน้าเบาๆ“ครับ”“กินเยอะๆ นะ”“ครับ”โจวผิงใช้ตะเกียบคีบอาหารหลายอย่าง แล้วก้มหน้ากินอย่างเงียบงันสภาพแวดล้อมที่คุ้นเคย ผู้คนที่คุ้นเคย รสชาติที่คุ้นเคย……ชั่วขณะหนึ่ง โจวผิงรู้สึกราวกับย้อนกลับไปเมื่อหลายเดือนก่อน ในช่วงเวลาที่สงบสุข“ยุ่งอยู่ข้างนอกมานาน เหนื่อยไหม?” อาสามมองโจวผิงพลางถาม“……เหนื่อยครับ”“โลกภายนอกย่อมเหนื่อยกว่าที่บ้านเสมอ” อาสามเว้นวรร