คชั่วครู่ “แล้วแกยังจะกลับไปอีกไหม?”มือที่กำลังคีบอาหารของโจวผิงชะงักเล็กน้อย“ผม……ไม่รู้ครับ” เขาตอบอย่างขมขื่นอาสามถือถ้วยชา จ้องมองเขาพักหนึ่ง แล้วยิ้มกว้าง“จริงๆ แล้ว อาสามได้วางแผนอนาคตของแกไว้แล้วแกไม่ชอบพูด ทำอาหารก็งุ่มง่าม ต่อไปคงสืบทอดร้านอาหารนี้ไม่ได้……อาสามคิดไว้แล้วว่า พอหาเงินได้มากพอและร้านนี้ใกล้จะไปไม่รอด เราก็จะขายร้านอาหารนี้ แล้วไปซื้อบ้านเล็กๆ ขนาดร้อยตารางเมตรสองหลังที่ชานเมืองหลังหนึ่งให้แกแต่งงาน อีกหลังให้ฉันใช้ยามแก่เฒ่าพอมีบ้านแล้ว แกอยากไปทำงานที่ไหน หรือย้ายไปเป็นพนักงานที่อื่นก็ได้ เราไม่จำเป็นต้องหาเงินมากนัก ซีจินไม่ใช่เมืองใหญ่ หาเงินได้พอใช้ พอแต่งงานก็พอแล้วถึงตอนนั้น อาสามจะไปหาแม่สื่อในหมู่บ้านของเรา ช่วยหาภรรยาให้แก ไม่จำเป็นต้องสวยมาก แต่ต้องเป็นคนดีดูแลแกได้ และต้องกตัญญูด้วย เพราะอาสามไม่มีลูก พอแก่ตัวไปก็คงต้องพึ่งพาพวกแกสองคนอีกไม่กี่ปี เวลาอาสามอยู่บ้านคนเดียว ว่างๆ ก็จะทำอาหารสองสามอย่าง หิ้วไก่ย่างกับเบียร์ไปหาพวกแกที่บ้านข้างๆ เราจะได้ดื่มเหล้าคุยกัน แถมช่วยเลี้ยงลูกให้ด้วย สบายไหมล่ะ?เราไม่ต้องการร่ำรวย ไม่ต้องการโดดเด่น ขอเพียงแค่ใช้ชีวิตอย่างสงบสุขก็พอแล้ว……”โจวผิงรับประทานอาหารไปพลางจินตนาการถึงอนาคตที่อาสามบรรยายไว้ มุมปากปรากฏรอยยิ้มเล็กน้อยอาสามจิบชาแล้วพูดต่อว่า“เป็นเรื่องปกติที่คนหนุ่มสาวจะรู้สึกสับสนเมื่อเจอปัญหา มันต้องใช้เว