เย่ชิงอวี๋จึงเลือกทำเลที่เหมาะสม หยุดรถม้าเพื่อพักผ่อนหนึ่งคืนก่อนจะเดินทางต่อ
เมิ่งฝานหยิบขนมโก๋ออกมาจากแหวนมิติ คิดจะแบ่งให้เย่ชิงอวี๋บ้าง
เย่ชิงอวี๋ส่ายหน้าปฏิเสธ
เมิ่งฝานยิ้มบาง ๆ ไม่เซ้าซี้ พลางหยิบกินเองอย่างเอร็ดอร่อย
เมื่อบรรลุถึงระดับเทียนหยวนย่อมสามารถงดเว้นอาหารได้นานแล้ว เพียงแค่นั่งสมาธิบำเพ็ญเพียรดูดซับปราณวิญญาณแห่งฟ้าดิน ก็เพียงพอต่อการทดแทนพลังงานที่สูญเสียไป
แต่การงดอาหารได้ มิได้หมายความว่าต้องงดเสมอไป!
เพราะอย่างไรเสีย ความรื่นรมย์ในรสอาหารก็นับเป็นการเสพสุขที่สำคัญอย่างหนึ่ง
เมิ่งฝานเป็นคนที่รักความสบาย เมื่อมีโอกาสเสพสุขเขาย่อมไม่ยอมปล่อยให้ตนเองต้องลำบาก
“ศิษย์พี่หญิงเย่ เจ้าเข้าสู่สำนักซูซานตั้งแต่เมื่อไหร่รึ?” หลังจากอิ่มหนำสำราญ เมิ่งฝานที่นอนเอกเขนกอยู่ในรถม้าก็เริ่มชวนคุย
ยามนี้ชายโฉดหญิงงามอยู่ร่วมกันในรถม้าที่คับแคบยิ่งกว่าห้องหับ
หากไม่หาเรื่องสนทนา บรรยากาศคงจะชวนให้อึดอัดพิกล
เย่ชิงอวี๋นั่งขัดสมาธิอยู่ที่มุมหนึ่งของรถม้า กินพื้นที่เพียงหนึ่งในสิบส่วนเท่านั้น
พื้นที่ส่วนใหญ่ที่เหลือถูกเมิ่งฝานยึดครองไว้นอนราบไปเกือบหมด