ใสไปเกือบครึ่งแล้ว แต่ถึงกระนั้น ดวงตาคู่นั้นก็ยังเปล่งประกายคมกริบ ทำให้ไม่อาจจ้องมองได้ชูและเซธสังเกตเห็นอย่างว่องไวว่า โจวผิงในตอนนี้ กลิ่นอายแตกต่างไปจากเดิมอย่างสมบูรณ์โจวผิงคนก่อนหน้านี้ ใช้ร่างกายของมนุษย์ธรรมดา แม้รู้ว่าไม่อาจสังหารเทพได้ ก็ยังเลือกที่จะสู้อย่างถึงที่สุด สิ่งที่แผ่ออกมาจากตัวเขาคือความแน่วแน่ที่จะต่อสู้โดยไม่คำนึงถึงชีวิต……ทว่าตอนนี้ ร่างของอีกฝ่ายแผ่จิตสังหารที่ไม่เคยมีมาก่อน!ไม่มีความลังเล ไม่มีความหุนหันพลันแล่น นั่นคือจิตสังหารอันบริสุทธิ์!ทั้งแววตา ทั้งกลิ่นอาย กระบี่ที่ส่งเสียงก้องในมือของเขา ราวกับกำลังพูดว่า ‘เทพเจ้าเอ๋ย ฉัน โจวผิง มาสังหารแกแล้ว’จิตสังหารอันรุนแรงและบริสุทธิ์นี้ ผสานกับพลังกระบี่อันเฉียบคมและดุดันที่ไม่เคยปรากฏมาก่อน ทำให้หัวใจของชูและเซธสั่นสะท้านโดยไม่อาจควบคุมได้นั่นคือความหวาดกลัวในช่วงเวลาอันยาวนานนี้ พวกเขารู้สึกหวาดกลัวมนุษย์เป็นครั้งแรกไม่ นั่นไม่อาจนับว่าเป็นมนุษย์อีกต่อไปนั่นคือกระบี่สังหารเทพที่เดินอยู่บนโลก!ชูสัมผัสถึงจิตสังหารของโจวผิงที่พุ่งเข้ามา สีหน้าของเขาซีดเผือดเล็กน้อย จึงถอยหลังไปครึ่งก้าวโดยไม่รู้ตัวเซธจ้องมองโจวผิงที่ก้าวเดินมาอย่างไม่ละสายตา เหลือบเห็นการเคลื่อนไหวของชู ดวงตาของเขาปรากฏประกายโกรธ “เจ้ากลัวอะไร? เขาเป็นเพียงภาชนะที่กำลังจะแตกสลาย พวกเราทั้งสองร่วมมือกัน แม้แต่เทพองค์อื่นก็ต้องถอยสามก้าว แล้ว