จุดสูงสุดห้าคน จะมีกองหนุนมาจากไหน?” กวนไจ้ส่ายหน้า มองไปที่เยี่ยฟ่าน “เยี่ยฟ่าน นาย บอกว่ามีโอกาสชนะรอบนี้จริงเหรอ?”
“อืม”
“ดี” กวนไจ้หันหลัง มองร่างสี่ร่างบนผิวน้ำ ค่อยๆ กดหมวกแก๊ปบนหัว “งั้น… ก็สู้กับพวกมันสุดฤทธิ์”
ฟิ้ว! ฟิ้ว! ฟิ้ว! ฟิ้ว!
ริมชายฝั่ง มนุษย์ที่อยู่จุดสูงสุดสี่คนพุ่งทะยานออกไปดุจลูกธนู แหวกผ่านคลื่นลมอันปั่นป่วน มุ่งตรงไปยังเทพทั้ง สี่บนท้องฟ้า!
แผ่นดินสะเทือนฟ้าสะท้าน!
… ภ ายในหมอกควัน
ข้างเตาผิง ลู่อวี่มองปรมาจารย์กระบี่ที่นั่งหลับตาเงียบอยู่ไม่ไกล ดวงตาฉายแววกังวล
“รุ่นพี่เฉินหาน ผมรู้สึกว่า… สีหน้าของปรมาจารย์กระบี่ดูแย่ลงเรื่อยๆ นะครับ”
เฉินหานที่นั่งข้างกายเขาส่ายหน้า “ฉันก็ไม่รู้เหมือนกัน ก่อนหน้านี้ฉันเคยสัมผัสมือเขา ลองตรวจดูสภาพร่างกาย ภายใน อาการบาดเจ็บของเขาหนักกว่าที่เห็นภายนอกมาก… พลังเทพสองชนิดกำ ลังอาละวาดอยู่ในร่างเขา แค่ชั่วขณะ เดียวก็ทำ ลายพลังจิตของฉันจนแหลกละเอียด ดังนั้นสถานการณ์ที่แท้จริง ฉันก็คาดเดาไม่ได้”
“พลังเทพสองชนิด?” ลู่อวี่ตกใจ “ไม่ใช่แค่เทพสายลมเพียงองค์เดียวหรอกเหรอครับ?”
“ไม่ใช่แค่นั้น” “ผนึกต้องห้ามของรุ่นพี่ช่วยเขาไม่ได้เหรอครับ?”
เฉินหานยิ้มขมขื่น “นายประเมินฉันสูงเกินไปแล้ว อาการบาดเจ็บของเขา ไม่ใช่ระดับที่คนอย่างฉันจะรักษาได้ หรอก”
“แล้วตอนนี้พวกเราจะทำ ยังไงดี? ทำ อะไรไม่ได้เลยเหรอ?” ลู่อวี่เอ่ยด้วยความกังวล “ผมกลัวว่า… อีก