กระทบกระจกรถ ส่งเสียงแผ่วเบา ที่ปัดน้ำฝนกวาดผ่านกระจกบังลมอย่างเงียบงัน ปัดหยดน้ำฝนที่ไหลลงมาไปด้านข้าง แล้วค่อยๆ ไหลลงไป……หลินชีเยี่ยมองออกไปนอกหน้าต่าง ไม่รู้ว่าตั้งแต่เมื่อไหร่ รถได้จอดอยู่หน้าประตูเรือนสี่ประสานหลังหนึ่งแล้วเรือนสี่ประสานหลังนี้ดูเก่าแก่พอสมควร กำแพงด้านนอกดูเก่าคร่ำคร่า บริเวณโดยรอบปลูกต้นสนน้ำขนาดใหญ่ไว้หลายต้น ใบไม้สีเหลืองอ่อนถูกฝนตกกระทบร่วงหล่น ปลิวล่องลอยอยู่กลางอากาศ การมีบ้านที่มีบริเวณกว้างขวางขนาดนี้ภายในวงแหวนที่สี่ของเมืองหลวง ย่อมมีมูลค่ามหาศาลอย่างแน่นอนหลินชีเยี่ยหยิบร่มสีดำออกมาจากข้างเบาะ แล้วก้าวลงจากรถ เหยียบลงไปบนแอ่งน้ำ ทำให้น้ำกระเซ็นขึ้นมาเล็กน้อยพรึ่บ!เขากดปุ่มเบาๆ ร่มสีดำก็กางออกเหนือศีรษะของหลินชีเยี่ยพรึ่บ พรึ่บ พรึ่บ พรึ่บ พรึ่บ!คนทั้งหกกางร่มสีดำ ยืนอยู่หน้าเรือนสี่ประสาน เสียงฝนตกกระทบผิวร่ม ราวกับไข่มุกตกลงบนจาน แตกกระจายออกไปหยวนกังเปิดประตูใหญ่ของเรือนสี่ประสาน เห็นหลินชีเยี่ยและคนอื่นๆ ยืนอยู่หน้าประตู จึงพยักหน้าเบาๆ “เข้ามาสิ ข้างนอกหนาวนะ เดี๋ยวพวกเราจัดของกันนิดหน่อย แล้วก็ไปที่สนามได้แล้ว”“ครูฝึกหยวน”หลินชีเยี่ยเรียกหยวนกังไว้อย่างกะทันหัน“มีอะไรเหรอ?” หยวนกังหันกลับมาอย่างสงสัย“ครั้งนี้ พวกเราเปลี่ยนวิธีประลองกันได้ไหม การแย่งธงช้าเกินไป” หลินชีเยี่ยพูดอย่างสงบหยวนกังขมวดคิ้วเล็กน้อย “ช้าเหรอ? นายพูดอะไร? หรือว่านายรีบ?”