ไปหลินชีเยี่ยเดินไปนั่งลงตรงหน้ารูปปั้นลิงโบราณเช่นเคย แต่อีกฝ่ายก็ยังคงไม่มีปฏิกิริยาใดๆ ต่อการมาของเขาเด็กหนุ่มมองรูปปั้นลิงโบราณอยู่นาน แล้วค่อยๆ เอ่ยขึ้นว่า“พี่ลิง วันนี้ผมคงไม่มีเวลาเล่านิทานให้ฟังแล้ว……ผมจะพูดสักสองสามประโยคแล้วก็ต้องไปแล้ว”รูปปั้นลิงโบราณนั่งขัดสมาธิ ประนมมือ หลับตานิ่ง ไม่ขยับเขยื้อนแม้แต่น้อยหลินชีเยี่ยไม่แปลกใจกับสิ่งนี้ เขานิ่งเงียบไปครู่หนึ่งแล้วพูดว่า“พี่ลิง คุณเคยประสบกับความรู้สึกที่คนสำคัญกำลังจะตายต่อหน้าคุณ แต่ตัวเองกลับไม่สามารถทำอะไรได้เลยไหม?”ทันทีที่เสียงพูดจบลง รัศมีพุทธะรอบตัวรูปปั้นลิงโบราณพลันสั่นไหว ราวกับมีก้อนหินตกลงในสระน้ำที่สงบนิ่งก่อให้เกิดระลอกคลื่นขึ้นมา……หลินชีเยี่ยชะงักอยู่กับที่ในชั่วขณะนั้น เขารู้สึกถึงรังสีอำมหิตที่พุ่งเข้าใส่ แม้จะเป็นเพียงชั่วครู่ แต่ความเคียดแค้นและจิตสังหารอันมหาศาลที่แฝงอยู่ในนั้น ก็ทำให้ร่างกายของเขาสั่นสะท้านโดยไม่อาจควบคุมได้แต่แล้วรังสีนี้ก็หายไปอย่างไร้ร่องรอยหลินชีเยี่ยมองรูปปั้นลิงโบราณที่ไม่มีความเคลื่อนไหวใดๆ ตรงหน้าด้วยความตกตะลึง รัศมีพุทธะอันอ่อนโยนและศักดิ์สิทธิ์ห่อหุ้มร่างของอีกฝ่ายไว้ ราวกับว่าทุกอย่างเมื่อครู่เป็นเพียงภาพมายาหลินชีเยี่ยส่ายหัวแล้วพูดต่อไปตามลำพังว่า“ผมเคยมีประสบการณ์แบบนี้……ผมได้เห็นกับตาตัวเอง เขาตายในอ้อมกอดของผม ลมหายใจของเขาค่อยๆหายไป ร่างกายก็ค่อยๆ เย็นเฉียบลง น้ำฝนผ