มืองหลวงแล้ว” หยวนกังยืนตัวตรงหน้าโต๊ะ พูดด้วยเสียงทุ้มต่ำเส้าผิงเกอขมวดคิ้ว ราวกับนึกอะไรขึ้นได้ “อ๋อ หน่วยสำรองที่ห้าที่ปรมาจารย์กระบี่พูดถึงในจดหมายใช่ไหม?”“ถูกต้อง”“อืม จัดสถานที่สำหรับการต่อสู้เรียบร้อยแล้วเหรอ?”“จัดเรียบร้อยแล้ว ส่วนเวลา เนื่องจากบ่ายนี้ยังมีการประชุมปฏิบัติการพิเศษ และยังมีคดีสิ่งลี้ลับอีกสองคดีที่ยังไม่ได้จัดการ จึงกำหนดเป็นพรุ่งนี้เก้าโมงเช้า” หยวนกังมองตารางเวลาแล้วพูด“ได้” เส้าผิงเกอพยักหน้า “ก็ทำตามที่ปรมาจารย์กระบี่บอกในจดหมาย เราสองคนไม่ต้องลงมือ ให้สมาชิกที่เหลือเจ็ดคนต่อสู้กับพวกเขาก็พอ……อ้อใช่ นายเคยบอกว่า……พวกเขาส่วนใหญ่เป็นลูกศิษย์นายใช่ไหม?”หยวนกังยิ้ม “ใช่ หลินชีเยี่ย ไป๋หลี่พั่งพั่ง เฉาเยวียน และเสิ่นชิงจู่……สี่คนนี้เป็นรุ่นเมื่อสองปีที่แล้ว ส่วนเจียงเอ่อร์เป็นที่หนึ่งของรุ่นปีที่แล้ว”เส้าผิงเกอหัวเราะเบาๆ “เหล่าหยวนเอ๋ย ดูเหมือนนายจะสอนลูกศิษย์ที่ยอดเยี่ยมออกมาอีกแล้วนะ……นี่เป็นหน่วยรบพิเศษชุดที่สองที่นายสอนออกมาแล้วใช่ไหม?”“พวกเขาจะถือว่าเป็นหน่วยรบพิเศษได้ก็ต่อเมื่อผ่านด่านนี้เท่านั้น” หยวนกังพูดอย่างจริงจัง “ผมจะไม่ลดมาตรฐานลงแน่นอน”“รู้แล้วว่านายจะพูดแบบนี้” เส้าผิงเกอเอนตัวลงบนเก้าอี้นอน พูดอย่างเนิบนาบ “แต่ก็เป็นศิษย์กับอาจารย์กันมา นายไม่ไปหาพวกเขาดื่มเหล้าพูดคุยถึงอดีตหน่อยเหรอ?”หยวนกังลังเลครู่หนึ่ง ก่อนจะถอนหายใจ “ช่างเถอะ งานในมือก