นเสียงของหลินชีเยี่ย“?!! ฉันจะดูว่าใครกล้าแตะต้องเขา!” เจียหลานเริ่มพับแขนเสื้อ“กรุณาอย่าแตะต้องโลงศพนี้ พวกเราไม่ได้มาก่อกวนโรงพยาบาลจริงๆ นะครับ” เสียงของอันชิงอวี๋ดุดันมาก…เสิ่นชิงจู่มองพวกหลินชีเยี่ยที่ถูกกลุ่มรักษาความปลอดภัยไล่ออกไปด้านล่าง มุมปากของเขายกขึ้นโดยไม่รู้ตัว“ภารกิจของนายสำเร็จแล้ว ตอนนี้ ถึงเวลาที่นายจะกลับไปอยู่ท่ามกลางแสงอาทิตย์แล้ว……” ลำดับเก้ายิ้มพลางเอ่ยปาก “ในภายภาคหน้า หวังว่าเราจะได้พบกันอีก”เสิ่นชิงจู่มองตาของเขา หลังจากผ่านไปครู่ใหญ่ จึงค่อยๆ เอ่ย“……ดูแลตัวเองด้วย”เขาผลักประตูแล้วเดินออกไปอย่างรวดเร็ว“เฮ้!” ลำดับเก้าเหมือนนึกอะไรขึ้นมาได้ “ฉันยังไม่ได้ให้เงินนายเลย!”“ลืมเอาบิลมา ไว้คราวหน้าก็แล้วกัน”เสิ่นชิงจู่ยิ้มเล็กน้อย…หลินชีเยี่ยและคนอื่นๆ ยืนอย่างหงุดหงิดอยู่นอกประตูของโรงพยาบาล เหลือบมองนาฬิกาเป็นระยะสุดท้าย พวกเขาก็ถูกหน่วยรักษาความปลอดภัยของโรงพยาบาลไล่ออกมา“ชีเยี่ย พี่คนเท่จะไม่มาจริงๆ เหรอ?” ไป๋หลี่พั่งพั่งถามอย่างกังวล“คงไม่หรอก” หลินชีเยี่ยครุ่นคิด “สาวกล่มสลายไปแล้ว เขาไม่มีเหตุผลที่จะไม่มาพบพวกเรา”“ถ้าเกิดว่า… เขาไม่อยากเป็นหน่วยพิทักษ์ราตรีแล้วล่ะ?” เฉาเยวียนขมวดคิ้วเล็กน้อยเมื่อได้ยินประโยคนี้ หลินชีเยี่ยและคนอื่นๆ ก็ตกอยู่ในความเงียบในทางเทคนิคแล้ว เสิ่นชิงจู่ตายไปแล้วตั้งแต่สองปีก่อน ไม่เพียงแต่ในเอกสารของหน่วยพิทักษ์ราตรีเท่านั้น แต่