ีกต่อไปเจียงเอ่อร์กอดตัวเองนั่งอยู่ที่มุมห้อง เธออยากร้องไห้ แต่กลับร้องไม่ออกเธอไม่มีแม้แต่ต่อมน้ำตาจึงได้แต่มองดูร่างเหล่านั้นถูกยกออกไปอย่างไม่อาจทำอะไรได้ ความเศร้าโศกและความเจ็บปวดอันไร้ที่สิ้นสุดพลุ่งพล่านในใจเธอ ไฟบนเพดาน โทรทัศน์ที่มุมห้อง และนาฬิกาดิจิทัลที่แขวนอยู่บนผนัง ต่างส่งเสียงกระแสไฟฟ้าดังเป็นระยะหลินชีเยี่ยสังเกตเห็นความผิดปกติของเธอ ลังเลอยู่ครู่หนึ่งก่อนจะเดินไปปลอบ แต่ในตอนนั้นเอง เจียหลานก็ส่ายหน้าให้เขา“เป็นผู้หญิงเหมือนกัน ฉันจะไปเอง”เจียหลานก้าวไปข้างหน้า จากนั้นราวกับนึกอะไรขึ้นมาได้ จึงอุ้มโทรทัศน์ที่อยู่ตรงมุมห้องขึ้นมา แล้วเดินไปหาเจียงเอ่อร์ที่กำลังขดตัวอยู่เธออุ้มโทรทัศน์มานั่งข้างๆ เด็กสาว ดวงตาเปี่ยมด้วยความอ่อนโยน เธอเฝ้ามองผู้คนที่กำลังวุ่นวายอยู่ตรงหน้าอย่างเงียบงัน หิมะในจอโทรทัศน์ที่อยู่ในอ้อมกอดปลิวว่อน ริมฝีปากของทั้งสองขยับ พูดอะไรบางอย่างแผ่วเบาจากนั้น เจียงเอ่อร์หันหน้ามา จ้องมองใบหน้าด้านข้างของเจียหลานอย่างเหม่อลอยราวกับรูปปั้นดวงตาของเธอเต็มไปด้วยความตกตะลึงและประหลาดใจพวกเธอพูดอะไรกัน นอกจากทั้งสองคนแล้ว ไม่มีใครล่วงรู้ไป๋หลี่พั่งพั่งและเฉาเยวียนยกโลงศพใบสุดท้ายเดินไปที่มุมห้อง มองดูร่างที่พร่าเลือนซึ่งถูกฝังอยู่ท่ามกลางข้าวของรกรุงรัง ทั้งสองคนไม่รู้ว่าควรทำอย่างไรดีร่างนี้เป็นของเจียงเอ่อร์การเก็บศพของคนอื่นต่อหน้าเจ้าของร่าง……รู้สึก