นแล้ว…’ปี๊บ! ปี๊บบบ!!!!เสียงแตรรถยนต์ดังขึ้นอย่างกะทันหันตามมาด้วยแสงไฟหน้าที่พุ่งทะลุความมืด สาดมาที่โจวผิงราวกับลูกธนู ไฟหน้าเหล่านี้ส่องสว่างรอบด้าน รวมกันเป็นรูปครึ่งวงกลม ทำให้ทั้งบริเวณสว่างราวกับงานคอนเสิร์ตรถเบนซ์สีดำสามสิบกว่าคันที่ซ่อนตัวอยู่ในความมืดสตาร์ทพร้อมกัน แล่นช้าๆ เข้ามาหาเขาโจวผิงที่ยืนอยู่กลางลำแสงเหมือนรูปปั้นที่ยืนอยู่กับที่ มองดูภาพตรงหน้าอย่างเหม่อลอย ใบหน้าเต็มไปด้วยความไม่เข้าใจทำไมถึงมีรถเบนซ์ซุ่มอยู่มากมายขนาดนี้……เขาแค่สุ่มเลือกทิศทางเท่านั้นนี่นา?“ขออภัยครับ ท่านปรมาจารย์กระบี่ คุณจะออกเดินทางกลางดึกโดยไม่บอกพวกเราสักคำเลยเหรอครับ……”ท่ามกลางความมืดด้านหลังโจวผิง ร่างคนทั้งห้าที่สะพายกล่องดำกระโดดข้ามกำแพงฐานทัพทหารอย่างคล่องแคล่ว ลงมายืนอยู่หน้ารถมากมาย พวกเขายืนอยู่ท่ามกลางลำแสงไฟหน้ารถที่หนาแน่น เงาดำยาวทอดสลับกันบนพื้นในนั้น ร่างอ้วนท้วนล้วงกระเป๋า เอ่ยปากอย่างจนปัญญา“พวกนาย……” โจวผิงมองพวกเขาอย่างประหลาดใจ “พวกนายรู้ได้ยังไง……”“ท่านปรมาจารย์กระบี่ คุณเคยคิดถึงเรื่องนี้ไหมครับ?” หลินชีเยี่ยเอ่ยอย่างจริงจัง “คุณเป็นคนที่อ่านง่ายมาก……แม้แต่เจียหลานยังเดาได้ว่าคืนนี้คุณต้องหนีแน่ๆ พวกเราย่อมต้องเตรียมการไว้บ้างสิครับ”เจียหลานที่อยู่ข้างๆ หันหน้ามา จ้องเขาตาขวาง“แต่พวกนายรู้ได้ยังไงว่าฉันจะเดินมาทางนี้?” โจวผิงถามความสงสัยในใจ“คำถามที่ดี!” ไป๋หลี่พั่ง