ยหยิบเอกสารออกมาจากกระเป๋า พูดอย่างครุ่นคิด “หน่วยพิทักษ์ราตรี 009 ประจำเมืองซีหนิง มีสมาชิกทั้งหมดเจ็ดคน โดยหัวหน้าหวงหยวนเต๋อ รองหัวหน้าตานเหม่ย และสมาชิกทีมชื่อเจียงหลิวอยู่ในขั้นมหาสมุทร ส่วนสมาชิกที่เหลืออีกสี่คนล้วนอยู่ในขั้นชวนอืม… ขั้นมหาสมุทรสามคน อันนี้ไม่น่ามีปัญหาอะไร น่าจะจบเร็วแล้วไปเมืองต่อไปได้”พูดจบ เขาหันไปมองโจวผิงที่ก้มหน้ามองปลายเท้าตัวเองอยู่ข้างๆ แล้วถามว่า “ท่านปรมาจารย์กระบี่ คุณคิดว่ายังไง?”โจวผิงสะดุ้งเฮือก ลังเลอยู่นานก่อนจะค่อยๆ ตอบว่า “ฉันคิดว่า……ถึงไม่ต้องให้ฉันไปเจรจา พวกนายห้าคนก็ชนะพวกเขาได้”“แต่พอถึงหน่วยหลังๆ พวกเราก็ยังต้องให้คุณออกหน้าเจรจาอยู่ดีครับ” ไป๋หลี่พั่งพั่งเข้าไปใกล้เขา “คราวนี้ คุณลองฝึกมือดูก็ได้ ถึงเจรจาล้มเหลวก็ไม่เป็นไรนะครับ!”“ใช่ครับ ท่านปรมาจารย์กระบี่ คราวนี้ถือว่าเป็นการฝึกซ้อมก็ได้นะครับ”หลินชีเยี่ยและคนอื่นๆ พยายามโน้มน้าวอยู่นาน โจวผิงก้มหน้าลงเรื่อยๆ สุดท้ายก็ทนการรบเร้าไม่ไหว จำใจพยักหน้า“งั้นฉัน……ลองดูก็ได้”ทุกคนมาถึงหน้าหมู่บ้านเก่าแก่แห่งหนึ่งตามที่อยู่ในเอกสาร เดินลงทางลาดจอดรถไปชั้นใต้ดินที่หนึ่ง ในที่สุดก็มายืนอยู่หน้าร้านเล็กๆ ที่มีป้ายเขียนว่า ‘จุดบริการรับส่งพัสดุไช่เหนี่ยว’“ชีเยี่ย หน่วย 009 นี่รับงานส่งพัสดุด้วยเหรอ?” ไป๋หลี่พั่งพั่งถามอย่างแปลกใจ“มีอะไรแปลกล่ะ หน่วย 136 ของพวกเราก่อนหน้านี้ยังรับจัดการปัญหาค