มาตลอด พวกนายไม่อยากรู้หรอกหรือว่าเขากำลังทำอะไร? พวกเราแค่ตรวจสอบนิดหน่อย แล้วก็ถอยกลับมา บางทีเขาอาจจะไม่รู้ตัวก็ได้”หลินชีเยี่ยลังเลขึ้นมา“จริงๆ แล้วฉันก็คิดว่าตรวจสอบดูหน่อยจะดีกว่า” อันชิงอวี๋พยักหน้า “ถ้าปรมาจารย์กระบี่เจอเรื่องอะไรเข้าจริงๆ บางทีพวกเราอาจจะช่วยได้ก็ได้”“งั้น……ก็ได้”หลินชีเยี่ยถอนหายใจแล้วค่อยๆ แผ่การรับรู้ทางจิตออกไปครู่หนึ่งต่อมา เขาก็ยืนนิ่งอยู่กับที่“เป็นไงบ้างชีเยี่ย รับรู้อะไรได้ไหม?” ไป๋หลี่พั่งพั่งถามอย่างใคร่รู้“รับรู้ได้อยู่หรอก……” สีหน้าของหลินชีเยี่ยดูแปลกประหลาดอย่างยิ่ง“เขากำลังทำอะไรอยู่?”“เขา……เขาดูเหมือนกำลังหอบกระเป๋าหนีไปนะ?!”“???”……นอกโกดังโจวผิงที่สวมหมวกแก๊ปกำลังลากกระเป๋าเดินทาง ใช้หน้ากากปิดบังใบหน้าทั้งหมดอย่างมิดชิด เขามองซ้ายแลขวาอย่างระแวดระวัง แล้ววิ่งออกไปอย่างรวดเร็วทหารที่รักษาการณ์รอบโกดังเห็นโจวผิงวิ่งออกมาจากข้างใน ก็ตกตะลึงไปชั่วขณะ แล้วรีบวิ่งไปขวางกลางถนนเพื่อพยายามหยุดเขาไว้ แต่ร่างของโจวผิงเหมือนกลายเป็นอากาศธาตุ พริบตาเดียวก็หายไปไกลหลายร้อยเมตร“ท่านปรมาจารย์กระบี่……” ทหารนายนั้นมองภาพตรงหน้าอย่างงงงวย ครู่หนึ่งต่อมาก็ได้สติ รีบโทรศัพท์หาใครบางคนทันทีกริ๊ง กริ๊ง กริ๊ง กริ๊ง!เสียงโทรศัพท์ดังขึ้นจากกระเป๋าของโจวผิง เขาชะงักฝีเท้า ลังเลอยู่นานก่อนจะหยิบโทรศัพท์ออกมา“……ฮัลโหล?” โจวผิงเอ่ยเสียงเบา[โจวผิงเอ๋ย…] เสียงของเยี่ย