ฟ่านดังมาจากปลายสาย ฟังดูอ่อนใจ ปนกับเสียงน้ำไหลและเสียงกระทบกันของจานชาม [เราตกลงกันแล้วไม่ใช่เหรอ? ฉันจะช่วยนายล้างจาน ส่วนนายไปสั่งสอนเด็กพวกนั้น ทำไมอยู่ๆ ถึงหนีออกมาแบบนี้ล่ะ?]“คุณก็รู้นี่ ผมไม่ชอบสุงสิงกับใคร……ยิ่งเป็นอาจารย์ด้วยแล้ว ผมยิ่งทำไม่ได้ใหญ่” โจวผิงถอนหายใจ “คุณหาคนอื่นมาสอนพวกเขาเถอะ ผมกลับไปล้างจานดีกว่า……”[โจวผิง] เยี่ยฟ่านพูดอย่างจริงจัง [คนเราต้องเข้าสังคมบ้าง วรยุทธ์ของนายเป็นอันดับหนึ่งในใต้หล้าจริง แต่ทัศนคติของนายแย่มาก นี่เป็นจุดอ่อนเดียวของนาย ถ้านายไม่สามารถก้าวข้ามตัวเองได้ ก็จะไม่มีวันทำลายขีดจำกัดนั้นและไปถึงขั้นที่ไม่เคยมีใครไปถึง ครั้งนี้ที่ฉันให้นายไปเป็นอาจารย์สอนพวกเขา ไม่ใช่แค่ให้นายสอนพวกเด็กน้อยเหล่านั้นแต่อยากให้นายได้เรียนรู้อะไรบางอย่างจากพวกเขาด้วย…ตอนนี้สถานการณ์ของต้าเซี่ยวิกฤตมาก เราต้องการคนที่จะมาเป็นเสาหลักของต้าเซี่ยอย่างเร่งด่วน ลู่อู๋เหวยยังไม่ถึงขั้นนั้น ฉันก็มีเรื่องวุ่นวายมากมาย ไม่มีเวลาไปช่วยฝึกฝน สุญญะยังปิดด่านอยู่ นักปราชญ์เก่งแต่ตั้งรับไม่เก่งรุก ดังนั้นโจวผิง นายคือความหวังเดียวของพวกเรา…]โจวผิงจมอยู่ในความเงียบเขายืนนิ่งอยู่ที่เดิมเป็นเวลานาน ก่อนจะค่อยๆ เอ่ยปาก “งั้น……ผมลองดูอีกทีก็ได้”[อืม] เยี่ยฟ่านถอนหายใจอย่างโล่งอก [ถ้าพวกนั้นรังแกนาย นายก็บอกฉันตรงๆ ได้เลย เดี๋ยวฉันจะไปจัดการสั่งสอนพวกเขาเอง……]โจวผิงวางสายโทรศัพ