ครู่ต่อมา ศิษย์พี่ตระกูลจินได้ปลีกตัวกลับเข้าสู่ส่วนลึกของหอคัมภีร์ ส่วนเมิ่งฝานก็มุ่งหน้ากลับไปยังหอศาสตราทันที
เพียงก้าวเท้าเข้าสู่เขตหอศาสตรา เสียงอันคุ้นเคยของผู้อาวุโสหลินก็ดังแว่วมาเข้าหู
“ขึ้นมาหาข้า”
เมิ่งฝานใช้เวลาถึงสิบวันสิบคืนจมดิ่งอยู่กับศิลาเทพกระบี่ บัดนี้เมื่อเขากลับมา ผู้อาวุโสหลินย่อมกระหายที่จะรู้ว่าศิษย์รักมีความก้าวหน้าไปเพียงใด
ในใจลึก ๆ ของตาเฒ่า ทรัพยากรที่จ่ายไปนั้นมหาศาลจนยังรู้สึกปวดใจอยู่มิน้อย มีเพียงความก้าวหน้าอันยิ่งใหญ่ของเมิ่งฝานเท่านั้น ที่จะช่วยเยียวยาความเสียดายนี้ได้
เมิ่งฝานเอ่ยทักทายศิษย์พี่หลัวพอเป็นพิธี ก่อนจะก้าวขึ้นสู่ชั้นสองของหอศาสตราอย่างรวดเร็ว
ผู้อาวุโสหลินยังคงนั่งขัดสมาธิอยู่บนเบาะฟางในมุมห้องดุจเดิม ทุกครั้งที่เมิ่งฝานขึ้นมา เขามักจะเห็นอาจารย์อยู่ในท่าทางสงบนิ่งเช่นนี้เสมอ ราวกับบรรพชิตผู้บรรลุฌานสมาบัติ
เมื่อฝึกตนถึงระดับผู้อาวุโสหลิน การหลับนอนประดุจปุถุชนมิใช่เรื่องจำเป็นอีกต่อไป การเข้าสู่ภวังค์สมาธิคือการพักผ่อนที่ดีที่สุด ทั้งยังเป็นการขัดเกลาพลังไปในตัว