้าเอ๊ย ถ้าไม่ใช่เพราะนายเป็นคนที่เยี่ยฟ่านเลือกมา วันนี้ฉันคงหักขานายไปแล้ว!”เขาเก็บดาบในมือกลับเข้าฝัก แล้วส่งเสียงฮึดฮัดในลำคอ ก่อนจะหันหลังเดินไปทางออกของตึกเมื่อเห็นว่าอีกฝ่ายยอมล้มเลิกความคิดที่จะไล่ล่าเสิ่นชิงจู่ หลินชีเยี่ยก็ถอนหายใจอย่างโล่งอก ขณะกำลังจะอ้าปากพูดอะไรบางอย่าง พลังเวทมนตร์รอบตัวเขาก็หายไปราวกับคลื่นน้ำ ความเหนื่อยล้าที่ไม่เคยรู้สึกมาก่อนก็เข้าครอบงำจิตวิญญาณเขารู้สึกว่าร่างกายเบาโหวง แล้วก็หมดสติไป“ชีเยี่ย!” ไป๋หลี่พั่งพั่งเห็นหลินชีเยี่ยหมดสติ จึงรีบเข้าไปรับร่างของอีกฝ่ายไว้อย่างตกใจจั่วชิงที่เดินไปถึงขอบห้องจัดงานเลี้ยงแล้วชะงักฝีเท้า เขาหันศีรษะมองกลับไป เห็นทุกคนล้อมรอบหลินชีเยี่ยที่ใบหน้าซีดขาว มุมปากของเขากระตุกเล็กน้อย หลังจากลังเลอยู่ครู่หนึ่ง เขาก็กัดฟันแล้ววิ่งไปหาหลินชีเยี่ย“ช่างเป็นคนที่… ทำให้คนอื่นเป็นห่วงจริงๆ”…ร่างของเสิ่นชิงจู่ร่วงลงมาจากท้องฟ้า อากาศรอบตัวเขาหนาแน่นขึ้นอย่างเห็นได้ชัด ราวกับว่าเขาไม่ได้กำลังตกลงมาอย่างอิสระ แต่เหมือนตกลงไปในน้ำ อากาศกำลังช่วยลดทอนพลังงานจลน์จากการตกอย่างบ้าคลั่งในที่สุด เขาก็ลงสู่พื้นดินอย่างมั่นคงเขาเงยหน้ามองตึกใหญ่ของตระกูลไป๋หลี่ที่สูงตระหง่านเหนือเมฆ เมื่อไม่เห็นยอดตึกแล้ว จึงค่อยๆ ถอดหน้ากากของตัวเองออก“กล้าดีนักนะที่จะลอบสังหารไป๋หลี่ซินต่อหน้าต่อตาผู้บริหารระดับสูงของหน่วยพิทักษ์ราตรี นายช่างกล้าเหล