นึก ถ้าเขาไม่มั่นใจร้อยเปอร์เซ็นต์ เขาคงไม่กล้าลงมือกับไป๋หลี่พั่งพั่งด้วยตัวเองอย่างแน่นอนตอนนี้ เขายิ่งไม่กล้าเข้าใกล้“จะถอยไปไหน?” เสียงเรียบๆ ดังออกมาจากใต้หน้ากากตือโป๊ยก่ายที่ยิ้มโง่ๆ “นายไม่ได้อยากฆ่าผมอีกครั้งหรอกเหรอ? ผมอยู่ตรงนี้……นายกล้ามาฆ่าผมไหมล่ะ?”ไป๋หลี่จิ่งกลืนน้ำลาย ร่างกายถอยร่นไปจนถึงขอบเวทีสูง เขาเงยหน้ามองไป๋หลี่ซินที่ยืนอยู่บนเวทีด้วยใบหน้าซีดขาว “พ่อครับ……นี่มัน……”ไป๋หลี่ซินขมวดคิ้วมองเขา แล้วแค่นเสียงเย็นชา “แค่นี้แกก็กลัวแล้วเหรอ? ถ้าแกเป็นแบบนี้ ต่อไปจะเป็นผู้บริหารระดับสูงของหน่วยพิทักษ์ราตรีได้ยังไง? แกทำให้พ่อผิดหวังมาก”“ไม่ใช่อย่างนั้นนะพ่อ!” ไป๋หลี่จิ่งรีบแย้ง “ขะ… เขาสามารถเอาวัตถุต้องห้ามของผมไปได้นะครับ! วัตถุต้องห้ามพวกนั้นของผมใช้ไม่ได้เลย มันไม่ยุติธรรมเลย!”ไป๋หลี่ซินหรี่ตามองไป๋หลี่พั่งพั่งครู่หนึ่ง แล้วโยนทวนสีทองในมือให้ไป๋หลี่จิ่ง ลังเลครู่หนึ่งแล้วก็หยิบฝักกระบี่ไม้เก่าๆ ออกมาจากห้วงอากาศว่างเปล่า แขวนไว้ที่หลังของไป๋หลี่จิ่ง“ของสะสมสองชิ้นนี้ แกน่าจะรู้จัก มันมีพลังจิตของฉันติดอยู่บนนั้น เขาแย่งไปไม่ได้หรอก” ไป๋หลี่ซินพูดเสียงเรียบ “แม้ว่าตัวเขาจะมีวัตถุต้องห้ามมากมาย แต่นอกจาก [เกราะหยกมรกต] แล้ว อันดับของอย่างอื่นก็ไม่สูงนัก เทียบกับของสะสมสองชิ้นนี้แล้วยิ่งห่างชั้นกันมากแกเป็นลูกชายที่ฉันเลี้ยงดูมากับมือ ถ้าแบบนี้แกยังชนะไอ้ขยะนั่นไม่ไ