สสิกไพเราะดังออกมาจากระบบเสียงราคาแพงในรถ ทำให้รู้สึกเหมือนอยู่ในฮอลล์คอนเสิร์ตหลินชีเยี่ยมองออกไปนอกหน้าต่าง ครู่หนึ่งต่อมา เขาก็เอ่ยถามขึ้นว่า “ไป๋หลี่ถูหมิงมาถึงกว่างเซินแล้วรึยัง?”ฉางคังเซิ่งที่กำลังขับรถยิ้มและตอบว่า “คุณชายน้อยมาถึงกว่างเซินตั้งแต่เมื่อวานแล้วครับ เขาไม่ได้แจ้งกำหนดการให้พวกคุณทราบหรือครับ?”หลินชีเยี่ยส่ายหน้า “ไม่ได้แจ้งเลย……และดูเหมือนว่าโทรศัพท์ของเขาจะติดต่อไม่ได้”ฉางคังเซิ่งครุ่นคิดสักครู่ “คุณชายน้อยยุ่งอยู่ตลอดตั้งแต่กลับมาเมื่อวาน อาจจะไม่มีเวลาดูโทรศัพท์ก็ได้ครับเพราะว่าเขามีแขกคนสำคัญที่ต้องต้อนรับมากมายเหลือเกิน”“กลับมาถึงแล้วก็ดี”เมื่อได้ยินข่าวว่าไป๋หลี่พั่งพั่งปลอดภัยดี หลินชีเยี่ยก็ถอนหายใจอย่างโล่งอก เอนหลังพิงพนักโซฟาหนัง และค่อยๆหลับตาลง“ทำไมถึงเป็นคนของคุณชายจิ่งมารับเรา? ไม่ใช่คนของไป๋หลี่ถูหมิง?”ทันใดนั้น อันชิงอวี๋ที่เงียบมาตลอดก็เอ่ยปากขึ้นหลินชีเยี่ยลืมตาขึ้นอีกครั้งฉางคังเซิ่งได้ยินคำถามนี้ก็ชะงักไปเล็กน้อย “คุณชายน้อยยุ่งอยู่กับการจัดการเรื่องงานเลี้ยงวันเกิดพรุ่งนี้ อาจจะลืมไปก็ได้ครับ เพราะเขาเป็นคนขี้ลืมมาตั้งแต่เด็ก……และเขากับคุณชายจิ่งของเราก็สนิทกันมาก พวกคุณเป็นเพื่อนของคุณชายน้อย ก็เท่ากับเป็นเพื่อนของคุณชายจิ่งด้วย คุณชายจิ่งจึงใส่ใจเรื่องของพวกคุณเป็นธรรมดา”อันชิงอวี๋หรี่ตาลง ดูเหมือนกำลังครุ่นคิดอะไรบางอย่าง และไม่ได้ถามต่