านซี่กรงเข้าไป มันร่วงลงตรงหน้าเบลล์ แคลนเดอร์พอดี“ใช้เส้นเสียงของมันสิ” หลินชีเยี่ยเอ่ยเบลล์ แคลนเดอร์มองหมาปั๊กที่แทบจะตายอยู่รอมร่อตรงหน้า แล้วเงยหน้ามองเด็กหนุ่มด้วยสีหน้าเหมือนจะบอกว่า ‘แกล้อเล่นฉันเหรอ?’นี่มันหมานะ!จะให้พูดภาษาคนได้ยังไง?!ภายใต้สายตาของหลินชีเยี่ย เบลล์ แคลนเดอร์ปีนขึ้นไปบนปลายลิ้นของหมาปั๊กอย่างไม่เต็มใจ ละอองหมอกค่อยๆ แผ่ซ่านออกมาจากร่างของมัน แทรกซึมเข้าไปในสมองของหมาปั๊กในชั่วขณะถัดมา หมาปั๊กที่เกิดจากร่างแยกของพร่ำรำพัน ก็ลุกพรวดขึ้นจากพื้น หันไปมองหลินชีเยี่ยด้วยสายตาดูแคลน ปากของมันเผยอเล็กน้อย……“เจ้าโง่หรือไร? หมา… จะพูดภาษาคน… ได้อย่างไร?”สิ้นประโยคนั้น แม้แต่ตัวเองก็ยังตกตะลึงแมลงสีทองเกาะอยู่บนปลายลิ้นของหมาปั๊ก จมอยู่ในภวังค์ความคิดหลินชีเยี่ยมองดูภาพนั้น มุมปากยกขึ้นเล็กน้อยถ้าเป็นสุนัขทั่วไป แน่นอนว่าไม่มีทางพูดภาษาคนได้ แต่หมาปั๊กตัวนี้เป็นร่างแยกของพร่ำรำพันที่เมอร์ลินสร้างขึ้นมาเอง ภาษาไก่ ภาษาเป็ด ภาษาห่าน มันเชี่ยวชาญทุกอย่าง แล้วจะพูดภาษาคนไม่ได้เหรอ?“ตอนนี้ พวกเราสามารถคุยกันได้อย่างเต็มที่แล้ว” หลินชีเยี่ยพิงลูกกรงของห้องขังฝั่งตรงข้าม มือทั้งสองล้วงกระเป๋า พูดอย่างเนิบนาบหมาปั๊กขมวดคิ้ว (แม้ว่าจริงๆ แล้วมันจะไม่มีคิ้ว) “เจ้าอยากคุยอะไร?”หลินชีเยี่ยชี้ไปที่มัน “คุยเรื่องที่นายเต็มใจจะแลกด้วยชีวิตของนาย”“ในใจนายน่าจะรู้ดี ที่นี่ ฉันคือคนท