ูด“ได้ๆ”ไป๋หลี่พั่งพั่งพยักหน้าอย่างสุภาพ แล้วนั่งลงบนม้านั่งยาวฝั่งตรงข้ามกับซุนหลวนและคนอื่นๆ พร้อมกับเจียหลานและเฉาเยวียนสายตาของทั้งหกคนปะทะกัน บรรยากาศจึงตกอยู่ในความเงียบทันที……ดูเหมือนจะรู้สึกถึงบรรยากาศที่อึดอัด ชายร่างผอมแห้งจึงยิ้มอย่างสุภาพ ชายหญิงทั้งสามที่นั่งอยู่ตรงข้ามเขาก็จ้องมองสามคนฝั่งตรงข้ามเงียบๆ พร้อมกับยิ้มอย่างสดใส“เอ๊ะ ทำไมฉันรู้สึกว่า……พวกเขาดูคุ้นตาจัง?” ซุนหลวนโน้มตัวไปกระซิบถามเฉียนฮ่าวหรานข้างหู“ไม่นี่” เฉียนฮ่าวหรานหันหลังกลับมาอย่างงุนงง “ฉันไม่เคยเห็นพวกเขามาก่อน นายคิดมากไปรึเปล่า?”ซุนหลวนมองพวกเขาอย่างสงสัย “อาจจะใช่……”“พูดถึงเรื่องนี้ นายพูดแบบนี้ฉันก็รู้สึกคุ้นตาเหมือนกัน” ชายร่างผอมแห้งพูดเบาๆ “โดยเฉพาะไอ้อ้วนคนนั้น……”“ไอ้อ้วนนั่นยังพอไหว ฉันกลับรู้สึกว่าผู้หญิงคนนั้นดูคุ้นตา”“เลิกพูดเถอะ นายเห็นผู้หญิงคนไหนก็คุ้นตาทั้งนั้น”“ก็จริง……”“เออใช่ ฉันจะเล่าให้ฟัง ยัยโรคจิตที่หักมือนั่นน่ะ เธอมีแรงมากเลย เธอแค่บิดแบบนี้ แขนฉันก็หักเลย……ไม่รู้ว่าใต้หน้ากากนั่นหน้าตาเป็นยังไงกันแน่”“แรงขนาดนั้น คงเป็นนักเพาะกายหน้าเคราดกล่ะมั้ง?”“ก็ไม่แน่นะ บางทีเธออาจจะเป็นผู้ชายมาตั้งแต่ต้น แค่กล้ามอกพัฒนามากไปหน่อย”“พูดมีเหตุผล!”เสียงกระซิบกระซาบของสามคนฝั่งตรงข้าม ถูกชายหญิงทั้งสามได้ยินอย่างชัดเจนไป๋หลี่พั่งพั่งค่อยๆ เอียงหัวมอง เห็นเพียงรอยยิ้มที่มุมปากของเจียหลาน